ผู้สมัคร สว. ร้อง กกต. เกิดการฮั้ว-คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์ อ้าง มีหลักฐานพร้อมเอาผิด แนะ กกต. ออกกฎระเบียบ คัดกรองผู้สมัคร-ตรวจสอบคุณสมบัติ กลุ่ม 9-10

วันที่ 29 พ.ค. 2567 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายยศพัทธร์ ปรมัตถ์กิจการ ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นหนังสือร้อง กกต. เรื่อง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ หรือเงื่อนไขผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 ทุกคนทั่วประเทศ โดยหลังการยื่นหนังสือ นายยศพัทธร์ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมาร้องข้อมูลข่าวสารการทุจริตของผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 ปัจจุบันสถิติผู้สมัครกลุ่ม 9 ทั่วประเทศ มี 1,844 คน และผู้สมัคร สว. กลุ่ม 10 มีจำนวน 1,200 คน ตามข้อมูลแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวตของ กกต.

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าผู้สมัครกลุ่ม 9 และ กลุ่ม 10 แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งมีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติกลุ่ม 9 ไว้ว่า ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2562 คือ บุคคลที่สามารถสมัครกลุ่ม 9 ได้ หากเป็นขนาดย่อม ประกอบธุรกิจภาคการผลิต มีรายได้ต้องไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี ส่วนขนาดกลาง มีรายได้ 100 ล้านบาทขึ้นไป และต้องไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปีในภาคการผลิต

ส่วนภาคการบริการและภาคการค้า ผู้ประกอบการขนาดย่อมต้องมีรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี แต่หากมีรายได้ 50 ล้านบาท ไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อปี "เป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง"

นายยศพัทธร์ เผยอีกว่า มีผู้ประกอบการบางรายทุจริต โดยข้อเท็จจริงคือ มีคุณสมบัติรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี "ในฐานะผู้ประกอบการผลิต" ซึ่งข้อเท็จจริงบุคคลที่มาสมัคร สว. มีรายได้บริการมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งมีคุณสมบัติสมัคร สว. กลุ่ม 10 แต่ดันไปลงสมัครกลุ่ม 9 และระเบียบการสมัคร สว. ไม่มีการแนบเอกสารที่ระบุว่ามีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี จึงทำให้มีบุคคลที่ไม่สุจริต ไม่มีประสบการณ์ตรงนั้น เข้าไปสมัคร

...

อย่างไรก็ตาม นายยศพัทธร์ มีข้อเรียกร้องด้วยกัน 3 ข้อต่อ กกต. ประกอบด้วย

1. ต้องการให้ตรวจสอบประสบการณ์ทำงานกลุ่ม 9 และ กลุ่ม 10 ทุกคน จำนวน 3,044 คน ว่า มีประสบการณ์ไม่ถึง และไปขอชื่อบริษัทบุคคลอื่นมาสมัคร สว. หรือมีบางบุคคลไม่ใช่ผู้ประกอบการ แต่มีการฮั้วเพื่อต้องการมาสมัคร จึงต้องการเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคน

2. ต้องการให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้สมัครกลุ่ม 9 ทุกคน ว่ามีรายได้ในแต่ละปี ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

3. ตรวจสอบผู้สมัคร กลุ่ม 10 ภาคการผลิต ต้องมีรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี หรือภาคบริการ การค้า ต้องมีรายได้มากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี จึงเชื่อว่าหลายคนไม่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ขณะเดียว ตนขอเชิญชวนผู้สมัคร สว. กลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 ร่วมกันคัดกรอง เอกสารของตนเอง โดยการนำเอกสารของท่านไปยื่นให้กับ กกต. อำเภอที่ท่านสมัคร เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีคุณสมบัติจริง มีประสบการณ์จริง และทำงานต่อเนื่องเกินกว่า 10 ปีจริง รวมทั้งมีรายได้ตามที่กฎหมายกำหนดจริง เพื่อกลั่นกรองให้บุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติถูกตัดชื่อออกไป

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ตนต้องการเสนอ คือ ต้องการให้ กกต. ออกกฎระเบียบ หรือมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบกลุ่มผู้สมัครในการยื่นเอกสารเพิ่มเติม ทั้งกลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 107 วรรค 2 ที่ให้ผู้สมัครมีสิทธิคัดกรองร่วม และตรวจสอบผู้สมัครด้วยกันได้ โดยมีรายละเอียดว่าด้วยเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเลือกตั้ง ให้เป็นโดยสุจริตและเที่ยงทำ โดยจะกำหนดให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธีการอื่นใด ที่ผู้สมัครมีส่วนร่วมในการคัดกรองก็ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การมายื่นให้ กกต. ตรวจสอบกลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 มีหลักฐานให้ กกต. ประกอบการพิจารณาด้วยหรือไม่ นายยศพัทธร์ กล่าวว่า มีหลักฐานตามที่กล่าวอ้างมา เช่น เอกสารรายได้ประจำปีของผู้สมัครท่านหนึ่ง ไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ที่ไปสมัคร สว. ทางคณะกรรมการที่รับสมัคร ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด ว่าบุคคลที่ไปสมัคร สว. มีรายได้เท่าไร ตาม SME ตามกลุ่ม 9 หรือกลุ่ม 10 หรือไม่ ฉะนั้น คณะกรรมการจึงไม่รู้และให้มีการเลือกกันไปก่อน และจะเกิดการคัดค้านขอเพิกถอนในภายหลัง ซึ่งจะเสียงบประมาณในการเลือกตั้งซ่อม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนมีหลักฐานผู้สมัคร สว. ที่ไม่เข้าคุณสมบัติ 1 คน และมี 2 คนที่ตนคาดการณ์ว่าไม่เข้าคุณสมบัติตามกลุ่มที่สมัครไป นายยศพัทธร์ กล่าว