ย้ำกันอีกซักที "ขั้นตอนรับสมัคร-คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้าม" ผู้สมัครเลือก สว. 2567 กกต.เตรียมเปิดรับสมัคร 20-24 พ.ค. 2567 มั่นใจ ได้ สว.ชุดใหม่ 200 คน ไม่มีเลื่อนไทม์ไลน์

วันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเมื่อวานที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นำพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน ในเรื่อง "สื่อกับการปฏิบัติในห้วงมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 67"

โดย นายแสวง ได้กล่าวถึงระเบียบแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. ว่า มีเพื่อป้องกันการตั้งกลุ่มก๊วนมาสมัคร พร้อมยืนยันว่า สื่อมวลชนสามารถสัมภาษณ์ผู้สมัครได้ เพราะไม่มีระเบียบไหนที่บังคับใช้กับสื่อ อีกทั้งยังสามารถเสนอข่าวตามหลักวิชาชีพ โดยไม่มีการลิดรอนสื่อมวลชน แต่สอบถามได้แค่เรื่องทั่วไป ไม่สามารถแนะนำตัว หรือบอกเลขได้

ส่วนการแนะนำตัวผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ทาง กกต.ได้เพิ่มช่องทางการรับรู้ โดยผู้สมัครและผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร สามารถเผยแพร่ได้ทั้งทางติ๊กต่อก ยูทูบ เฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้และร่วมตรวจสอบ หากประชาชนเห็นว่าคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาที่ กกต.ได้

...

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย จะไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อระหว่างรับสมัคร แต่เมื่อสมัครเสร็จสิ้น ทาง กกต.จึงจะสามารถเปิดเผยได้ ทางแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต

ขณะที่การตรวจสอบ กกต.สามารถทำได้ 2 แบบ คือ ไม่รับเป็นผู้สมัคร และไปร้องที่ศาลฎีกา แต่หากประกาศเป็นผู้สมัครไปแล้วพบว่าผิด สามารถลบชื่อได้ทุกชั้น ตั้งแต่ระดับอำเภอและจังหวัด ดังนั้นเรื่องคุณสมบัติจึงไม่ทำให้การเลือก สว.ขยายเวลาออกไป ไม่ว่าจะเกิดกรณีใดๆ

นายแสวง ยืนยันว่า ผลการคัดเลือก สว. 200 คน พร้อมรายชื่อสำรอง จะเป็นไปตามกำหนดเวลา รวมถึงเรื่องกระบวนการเลือกแล้วแต่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดที่มีการประวิงเวลาหรือเลื่อนได้ ตามไทม์ไลน์ที่ กกต. ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ แต่เรื่องคุณสมบัติ หากพบว่าเป็นเท็จ ตามที่แจ้งไว้ในใบสว.3 จะถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง หรือ ใบดำ ทันที โดยจะได้โทษทั้งคนสมัครและผู้รับรองในใบสมัครดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ในระหว่างลงคะแนน ให้สิทธิผู้สมัครทักท้วงได้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่ชอบมาพากล พร้อมยืนยันว่า กระบวนการต่างๆ ไม่มีช่องใดที่ทำให้เกินโรดแม็ป ส่วนกระบวนการทุจริต สามารถถูกสอบได้ภายหลัง โดยจะมีการสำรองรายชื่อกลุ่มละ 5 คนไว้ ซึ่งรายชื่อสำรองให้เลือกจากกลุ่มตัวเองก่อน หากหมดแล้วให้ไปจับสลากกลุ่มอื่น หากไม่มีแล้ว กฎหมายได้ออกแบบไว้ว่าให้เหลือ สว.เกิน 101 คน จึงยืนยันว่าประเทศยังเดินหน้าได้

ส่วนคำร้องทุจริต กกต.ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่หากเกิดการฮั้วหรือจัดตั้งกันมา ทาง กกต.แต่ละจังหวัด มีการจับตาความเคลื่อนไหวตลอด แต่ยอมรับว่าอาจจะยาก เพราะไม่เหมือนกับ สส.ที่ลงในนามพรรค

ขั้นตอนและเอกสารหลักฐานสมัครรับเลือกตั้ง สว. 2567

  • แบบใบสมัคร (แบบ สว.2)
  • แบบข้อมูลแนะนำตัว (แบบ สว.3)
  • แบบหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (ต้องมีพยานรับรองอย่างน้อยหนึ่งคน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับรอง)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 8.5 x 13.5 เซนติเมตร จำนวน 2 รูป
  • ใบรับรองแพทย์
  • หลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ยืนยันว่าเกิดในอำเภอที่สมัคร หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือเคยศึกษาหรือเคยทำงานในอำเภอที่สมัครรับเลือกติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • หลักฐานอื่น เช่น หลักฐานการลาออกจากข้าราชการ หลักฐานการเปลี่ยนเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล หลักฐานแสดงตนว่าไม่มีลักษณะต้องห้าม
  • ค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 2,500 บาท (เงินสด หรือตั๋วแลกเงิน หรือแคชเชียร์เช็ค แล้วแต่กรณี)

สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็น สว. ต้องยื่นเอกสารใบสมัครและหลักฐานประกอบการสมัครด้วยตนเอง ณ สถานที่สมัครที่ผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับอำเภอกำหนดไว้ เมื่อผู้สมัครได้ยื่นสมัครรับเลือกแล้ว ผู้สมัครจะได้รับใบสมัครรับเลือกเป็น สว. (สว.อ.10) ไว้เป็นหลักฐาน

คุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภา

  • สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ฝักใฝ่ หรือยอมตนอยู่ภายใต้ของพรรคการเมืองใดๆ โดยมีคุณสมบัติดังนี้
  • สัญชาติไทยโดยการเกิด
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีในวันสมัครรับเลือก
  • มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี 
  • ยกเว้นผู้สมัครในกลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธ์ุ และกลุ่มอัตลักษณ์อื่น

ผู้สมัครต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในอำเภอที่สมัครรับเลือก
(ข) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
(ค) ทำงานอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
(ง) เคยทำงานหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี
(จ) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา

ลักษณะต้องห้ามของสมาชิกวุฒิสภา

  • ติดยาเสพติดให้โทษ
  • เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  • เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ
  • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  • อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
  • วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  • อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  • ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  • เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปี นับถึงวันเลือกในระดับอำเภอ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
  • เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
  • เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  • เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือ หรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
  • เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
  • อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  • เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  • เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย
  • เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  • เป็นข้าราชการ
  • เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
  • เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
  • เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
  • เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
  • เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก
  • เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตาแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาในคราวเดียวกัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระ
  • เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้

วันรับสมัคร สว. 2567 ดังนี้

วันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20-24 พ.ค. 2567 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภา ดังนี้

วันเลือกระดับอำเภอ วันที่ 9 มิ.ย. 2567
วันเลือกระดับจังหวัด วันที่ 16 มิ.ย. 2567
วันเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิ.ย. 2567