นายกฯ เยี่ยมชมฟาร์มโคนม อารมณ์ดีป้อนนมลูกวัว ก่อนรับฟังปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมชิมกาแฟขี้ชะมด บอกอร่อย เพิ่มมูลค่าเกษตรกร แนะทำเชิงพาณิชย์

วันที่ 11 พ.ค. 2567 ที่ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมอุตสาหกรรมโคนมในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อเดินทางถึงนายกฯ ได้ป้อนนมลูกวัวอย่างอารมณ์ดี ก่อนเดินเข้าไปเยี่ยมชมโรงเลี้ยงของฟาร์มโคนม รับฟังบรรยายสรุปข้อมูลพื้นฐานด้านปศุสัตว์โคนม จ.กาญจนบุรี ที่มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 705 ราย โคนม 23,393 ตัว ผลผลิตประเภทน้ำนมดิบ 819,160,033 บาท/ปี การดำเนินงานด้านสุขภาพสัตว์ โดยฟาร์มมีระบบป้องกันโรคและการเลี้ยงที่เหมาะสม (GFM) ณ ปี 67 จำนวน 25 ฟาร์ม 


ขณะที่ปัญหาปัจจุบันมีในเรื่องปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รวมถึงเรื่องสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำนมดิบลดน้อยลง โดยนายกฯ แนะนำให้ปลูกข้าวโพดและนำซังข้าวโพดมาเป็นอาหารสัตว์ รวมถึงปรับสภาพฟาร์มโคนมแห่งนี้ให้เป็นสถานที่

ท่องเที่ยว ขณะเดียวกันนายกฯ ได้หันไปบอกนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคมว่า ให้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ นายกฯ ได้แนะนำว่าให้มีการปรับโรงเลี้ยงโคนม เพื่อช่วยในการระบายอากาศร้อน โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า สามารถทำได้เพียงโรงเลี้ยงรายใหญ่เท่านั้น

ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้ชิมกาแฟขี้ชะมด จากร้าน Rai Khun Ying Coffee กาแฟสดจากไร่คุณหญิงกาญจนบุรี พร้อมชมว่า อร่อย และกล่าวว่า เคยได้กินที่ห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ ก็ติดใจ ก็ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าควรทำมากขึ้น และน่าจะทำเชิงพาณิชย์ได้ กาแฟชะมดราคากิโลกรัมละ 15,000 บาท ส่วนกาแฟธรรมดากิโลกรัมละ 500-600 บาท อันนี้ราคา 2-3 เท่า

...

ขณะที่ทางร้าน กล่าวว่า ที่นี่ตนเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ที่ผลิตและสอนคนให้ทำกาแฟชะมด เพื่อจะเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกร เพื่อให้ผลิตกาแฟชะมดขึ้นมา จากกาแฟกิโลกรัมละ 100 กว่าบาท เป็น 10,000 บาท และที่น่าสนใจคือ สปป.ลาว อินเดีย และกัมพูชา ก็มาเรียนรู้จากเรา ปัจจุบันเลี้ยงชะมดไว้ 30 กว่าตัว ซึ่งสาเหตุที่ยังไม่เลี้ยงเพิ่ม เพราะช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้การขายลดลง จึงยังไม่ผลิตตัวชะมดเพิ่ม

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า กาญจนบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมเยอะพอสมควรเลยครับ มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 819 ล้านบาท/ปี โดยในภาพรวมของอุตสาหกรรมนม ภาครัฐยังต้องเข้ามาช่วยเรื่องพัฒนาทั้งในเรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการตลาด รวมถึงการปรับบริหารจัดการเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงซึ่งจะมีผลต่อปริมาณน้ำนม ผมขอให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูตรงนี้ครับ 

รัฐบาลมีนโยบายจะส่งเสริมและยกระดับการเลี้ยงโคนมให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้กาญจนบุรีเป็นโมเดลเรื่องการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานสากล และครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีการปลูกถั่วเพื่อปรับหน้าดิน ทำให้เพิ่มธาตุอาหารไนโตรเจนในดินมากขึ้น การปลูกข้าวโพด เพื่อใช้ซังข้าวโพดมาทำอาหารวัว แทนการเผา ลด PM 2.5 และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น นมแบบไม่มีแลคโตส เพื่อขยายตลาดนมพร้อมดื่มให้โตขึ้นครับ