"สว.วันชัย" ลั่น ไม่พอใจผลงานวุฒิสภาชุดนี้ เหตุทำงานได้น้อยคอยแต่เกรงใจ “คนแต่งตั้ง” ชี้ ผลงาน โหวตนายกฯ ทำตามกลไก รธน.ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ รัฐประหาร สู่ประชาธิปไตย ย้ำ อนาคตนายกฯ ต้องขึ้นอยู่กับ สส. 

วันที่ 10 พ.ค. 2567 สำนักงานทนายวันชัย สอนศิริ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการทำงานของสมาชิกวุฒิสภา ชุดแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก่อนหมดวาระในวันนี้ (10 พ.ค. 67) โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนไม่ได้พึงพอใจกับการทำงานของวุฒิสมาชิก โดยความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ 1-2 ปีในการรับตำแหน่ง ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งมานึกได้วันนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าที่มาของ สว.ชุดนี้มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี สว.เปรียบเสมือน องคาพยพของ คสช. การจะโหวต หรือทำอะไรก็ได้เพียงคนสองคน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การจะตั้งกระทู้ถาม ซักฟอกต่างๆ ก็เป็นที่เกรงอกเกรงใจคนแต่งตั้ง

ต่อมา คือ การแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ สว.ก็มีการตรวจสอบคุณสมบัติได้ดีพอสมควร แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางกลุ่มบางพวก ก็ได้มาในแบบที่เราไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะความอิสระในการดำเนินการไม่ได้เต็มที่ ส่วนเรื่องใหญ่ของ สว.ชุดนี้ คือการติดตามความต่อเนื่องของการปฏิรูปประเทศ แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่เป็นผลอะไรมากนัก ได้มาก็เพียงเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องใหญ่ที่จะกระแทกหัวใจประชาชนยังทำไม่ได้ กระทั่งเคยคิดจะลาออกจากตำแหน่ง แต่กลับมาคิดว่ายังไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการทำคุณประโยชน์ จึงกลับมาทำหน้าที่วุฒิสภา

อีกด้าน คือ การวิพากษ์วิจารณ์ผลงานเด่นของ สว. คือ การเข้ามาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเศรษฐา ทวีสิน นายวันชัย กล่าวว่า สิ่งที่ทำนั้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ สว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะผู้วางกลไกนี้ เห็นว่าการเมืองของรัฐบาลรัฐประหาร และรัฐบาลประชาธิปไตย จะเดินต่อไปด้วยกันได้ ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน

...

ส่วนการเลือกนายเศรษฐา นั้น ตนมองว่า เมื่อรัฐธรรมนูญให้สิทธิ์ในการเลือก ตนก็ทำตามกระบวนการ เพราะวุฒิสภาก็เห็นพ้องว่า พรรคก้าวไกล แม้จะรวบรวมเสียงสนับสนุนได้มาก แต่กลับไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ได้โหวตให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเห็นว่า นี่คือการประนอมอำนาจที่ก่อให้เกิดการปรองดองแบบพอดี เพราะนึกไม่ถึงว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จะเป็นการรวบรวมพรรคการเมืองที่เคยทำรัฐประหาร และถูกรัฐประหารมารวมด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ในรัฐบาลอนาคตข้างหน้า หากยังมีกลไกที่ สว. จะเลือกนายกฯ ได้ นายวันชัย มองว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเงื่อนไขพิเศษ ในช่วงเวลาพิเศษ แต่กลไกดังกล่าวไม่ได้เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และการที่ สว. เลือกนายกรัฐมนตรีไม่ควรจะเกิดอีก

ส่วนบทบาทของตนต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไรนั้น นายวันชัย ระบุว่า ตนเป็นทนายความ ผันตัวมาเป็นนักการเมือง ก็พอจะรู้เรื่องราวของวงการนี้อยู่บ้าง ต่อจากนี้คงจะคอยเป็นผู้ให้ความรู้ ตอบคำถาม การวิเคราะห์ทางการเมืองและกฎหมาย ผ่านการไลฟ์สดแบบที่เป็นที่นิยมในขณะนี้