นักวิชาการ ชี้ กกต.เขียนกติกาเป็นปัญหา ส่อบานปลาย ถึงประกาศผลเลือก สว. ไม่ได้ แนะ กกต.ปรับแก้ - "ไอลอว์" รอลุ้นศาลปกครอง ตัดสินระเบียบ กกต.ห้ามแนะนำตัว ขณะ "เสรี" มองโอกาสฮั้วเกิดได้ แต่ไม่ทั้งหมด แนะให้ กกต.รับรองไปก่อน

วันที่ 9 พ.ค. 2567 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารบางซื่อจังชั่น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีราชดำเนินเสวนา เรื่อง "เลือกสว.กติกาใหม่ ใครได้ใครเสีย" โดยมีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเลือก สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศว่า จะประกาศผลเลือกได้ในวันที่ 2 ก.ค. ต้องจับตาว่า จะประกาศได้จริงหรือไม่ เพราะขั้นตอนการเลือกมีความซับซ้อน อีกทั้ง ระเบียบของกกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสว. นั้นถือว่าเป็นปัญหา และมีรายละเอียดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพเกินกว่าเหตุ และอาจทำให้การเลือกนั้นไม่โปร่งใส อย่างไรก็ดีตนมองว่าการออกระเบียบกกต. ตามที่เป็นอำนาจตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 แต่ระเบียบที่กกต.ประกาศใช้มีเนื้อหาที่เข้าข่ายขัดหรือแย้งกับ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. และรัฐธรรมนูญ

...

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ตนมองว่าระเบียบของกกต.มีปัญหา เช่น ให้ผู้สมัครแนะนำตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองเท่านั้น หมายถึงแนะนำตัวด้วยวิธีอื่นไม่ได้ พร้อมกับกำหนดบทลงโทษหากฝ่าฝืน เช่น โทษจำ โทษปรับ เพิกถอนสิทธิ ซึ่งตนมองว่า กกต.ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัตติที่สามาถของกฎเอง ทั้งนี้ สามารถทำได้ตามกรอบของพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ไม่ใช่ให้อำนาจกกต. ทำเกินกว่าที่กฎหมายลูกและรัฐธรรมนูญกำหนด

นายปริญญา กล่าวเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการ คือ แก้ไขระเบียบ กกต.ที่จำกัดสิทธิผู้สมัครเกินเหตุควรแก้ไข และมีวิธีให้ผู้สมัครรู้จักกันข้ามอำเภอ รวมถึงกำหนดรายละเอียดให้การเลือกโปร่งใส ผ่านการเปิดโอกาสให้ประชาชนสื่อมวลชนสังเกตการณ์และตรวจสอบ โดยใช้อำนาจผู้อำนวยการเลือกทุกระดับ คือ เปิดเผยการบันทึกภาพและเสียงการเลือกทุกกลุ่ม ทุกระดับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบจะทำให้เกิดความโปร่งใส รวมถึงอนุญาตผู้สังเกตการณ์ สื่อมวลชน เข้าสังเกตการณ์ในการเลือก ทั้งนี้กกต. ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอฐานะเจ้าหน้าที่คงไม่กล้า ดังนั้น กกต.ควรดำเนินการ หารือกับสมาคมนักข่าวเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นสื่อและสามารถบันทึกภาพเสียง นำกล้องเข้าไปในพื้นที่ได้

นายปริญญา กล่าวว่าสิ่งที่ กกต.ควรทำ คือ การกำกับการทำผิดกฎหมาย เช่น การจูงใจให้สมัครด้วยทรัพย์สินหรือสัญญาว่าจะให้ ส่วนกรณีการชักชวนให้ประชาชนสมัครสว.มากๆ โดยไม่มีการจูงใจโดยทรัพย์สิน ไม่เป็นความผิดตามมาตราใด รวมถึงการมีเว็บไซต์หรือกิจกรรมทำได้ และถือเป็นเรื่องดีมีผู้สมัครจำนวนมาก การตัดสินใจโดยอิสระเป็นสิทธิของประชาชน

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า สำหรับกติกาการเลือกสว. ที่กำหนดให้มีผู้ร้องคัดค้านได้ ตนเชื่อว่าจะมีผู้สมัครสว. หลักแสนคน การคัดค้านจะมีจำนวนมาก ดังนั้นวันที่ 2 ก.ค.ที่ กกต. ระบุว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง จะทำได้หรือไม่ ดังนั้นหลักการที่แก้ไขประเด็นที่จะเป็นปัญหา คือ หลักการความโปร่งใส ให้สาธารณะและสื่อมวลชนตรวจสอบการเลือกได้

นายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล ไอลอว์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองเตรียมไต่สวนนัดแรกวันที่ 16 พ.ค. ตามที่มีผู้ยื่นคำร้องให้พิจารณาระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวขัดกับรัฐธรรมนูญนั้น ต้องติดตามฟังผลอีกครั้ง ทั้งนี้หากศาลปกครองยกคำร้อง คงต้องกลับมาพิจารณาและศึกษาระเบียบอีกครั้งว่ายังเหลือประเด็นใดที่ทำได้หรือไม่

ทางด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า ตนมองว่าการออกระเบียบของ กกต. นั้น กกต.ทราบว่ามีปัญหา เพราะต้องการคุมให้การแนะนำตัวให้ทำได้อย่างเท่าเทียม จึงนำรายละเอียดใส่ในระเบียบแบบหยุมหยิม อย่างไรก็ดีการออกระเบียบกกต.นั้น ตนมองว่ามีความไม่แน่ใจในระเบียบตัวเอง จึงเปิดช่องให้คลายระเบียบตัวเอง ตามที่ระบุไว้ในระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกสว. พ.ศ.2567 ข้อ 5 ที่กำหนดให้ ประธาน กกต. รักษาการตามระเบียบ แต่วรรคสองกำหนดว่า กรณีใดที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือมีเหตุจำเป็น กกต. อาจยกเว้น หรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบได้ อย่างไรก็ดีตนมองว่าการประกาศผล กกต. อาจใช้วิธีเดียวกับสส. คือ รับรองไปก่อน หากกระบวนการไม่สุจริต เที่ยงธรรม ทำผิดกฎหมายชัดเจน กกต. ต้องรับผิดชอบ

นายเสรี กล่าวถึงคำถามการฮั้วว่า ประเมินมีโอกาสเป็นไปได้แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การฮั้วกันอาจเกิดจากฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม ผู้สมัครบางกลุ่มที่รู้เห็นเป็นใจรวมตัวกันและให้คะแนนกันในกลุ่ม แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่ทั้งหมด อย่างไรก็ดีตนมองว่าการเลือกสว.ต้องคำนึงความเป็นจริงของการเมือง การเข้าสู่กระบวนการการเป็นตัวแทนของประชาชนในระบบที่กำหนดไว้ แต่การพูดว่าการเลือกที่จำกัด การเลือกไขว้ จะทำให้หาคะแนนได้อย่างไร ทั้งนี้คนที่รับเลือกทำหน้าที่ มองว่า มีชื่อเสียงได้เปรียบ ต้องดูว่ามีชื่อเสียงแบบใด หากชื่อเสียงทางร้าย เป็นผู้มีอิทธิพล เชื่อว่าไม่มีใครเลือก

นายเสรี กล่าวด้วยว่าสำหรับการจัดกลุ่มเพื่อหวังผลต่อการเลือกสว. นั้น อาจเป็นเหตุให้การเลือกไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมได้ อีกทั้งตนมองว่าวิธีดังกล่าวถือเป็นการเอาเปรียบบุคคล ซึ่งปัญหาที่ยกมาอาจกลายเป็นเงื่อนไขทำให้ว่าการเลือกสว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรม และทำให้ สว.รุ่นตนอยู่ยาว ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะพวกตนอยู่นานแล้ว ต้องการสว.รุ่นใหม่เข้ามาทำงานให้บ้านเมือง พวกตนอยู่สมควรแก่เหตุแล้ว ไม่อยากอยู่นานเกินเหตุ ต้องการคนใหม่เข้ามาเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

ในตอนท้ายของเวทีเสวนา นายปริญญาตั้งคำถามกับนายเสรีด้วยว่า กรณีที่ระหว่างที่สว.ชุดเก่ารักษาการ จะมีผู้ยื่นตีความอำนาจของสว.ในการโหวตนายกฯ หรือไม่ รวมถึงอำนาจตามกฎหมายของสว.ที่มีอยู่ โดยนายเสรี กล่าวว่า การยื่นตีความนั้นมีแต่การพูด ไม่เห็นตัวเห็นตน อย่างไรก็ดีตนมองว่า เมื่ออำนาจ หน้าที่หมด คือ หมดไปอย่าแสวงหา ส่วนกรณี ที่คาดว่า หากสว.ใหม่ยังทำหน้าที่ไม่ได้ สว.ชุดปัจจุบันต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การเลือกกรรมการองค์กรอิสระ เป็นต้น