ทำเนียบคึกคัก รัฐมนตรี 12 คนเตรียมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ "สุชาติ" บอก ไม่ได้เข้าทำเนียบ 8 เดือน ยังเหมือนเดิม ชม "เศรษฐา" ทำงานเร็ว เหมือน "ลุงตู่" ด้าน "จักรพงษ์" ยัน พร้อมทำงานตลอดเวลา ยังไม่ได้คุยกับ "ปานปรีย์" หลังลาออก
วันที่ 3 พ.ค. 67 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐมนตรีที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้ง 12 คน ได้เดินทางมาที่ ตึกสันติไมตรี เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
โดยคนแรกที่มาถึงทำเนียบรัฐบาล คือ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามมาด้วย นายมานิษ เสงี่ยมพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามมาด้วย นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสีหน้ายิ้มแย้มบอกกับ ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ในประเด็นอื่น ขอไปพูดวันอังคารการประชุมคณะรัฐมนตรี และไม่ได้กังวลเรื่องอะไรตอนนี้รู้สึกเบาหวิวเลย
...
ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ไม่ได้เข้ามาทำเนียบ 8 เดือน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ส่วนที่ตำแหน่งถูกลดลงจากรัฐมนตรีว่าการมาเป็นรัฐมนตรีช่วย นั้นเห็นว่าตำแหน่งไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งตนเองไม่ได้คิดมาก ส่วนการทำงานข้ามกระทรวงจากกระทรวงแรงงานมากระทรวงพาณิชย์ นั้นถือว่า เป็นการเรียนรู้กระทรวงด้านเศรษฐกิจ เรื่องการแบ่งงานต้องรอนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก่อน เนื่องจากเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพและเป็นแฟนคลับมานานหลายสิบปี ขณะเดียวกันก็มีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับนายภูมิธรรม ซึ่งเป็นความตั้งใจของตนเองจริงๆ ที่จะมาอยู่ในส่วนนี้
ทั้งนี้เห็นว่า งานกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงแรงงานมีความสัมพันธ์กันอยู่แล้ว หากแรงงานดีเกษตรดี การค้าขายก็ดีประเทศก็จะเจริญ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก
เมื่อถามว่า เกร็งไหมที่ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลของนายเศรษฐาเพราะอยู่กับพลเอกประยุทธ์มานาน นายสุชาติบอกว่าไม่เกร็งเพราะก็เคยได้พบและคุยกับนายกรัฐมนตรีมาแล้วก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งนายเศรษฐามีทัศนคติและมุมมองที่ดีและเก่ง คล้ายกับรูปแบบการทำงานที่มีความรวดเร็ว ถือว่าคล้ายกับพลเอกประยุทธ์ซึ่งมีความชัดเจนดี
นายสุชาติยังกล่าวถึงคดีที่ตนเองถูกฟ้องร้องให้ตรวจสอบ เมื่อครั้งที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า เรื่องที่ผ่านมาทั้งการกล่าวหาต้องดูว่ามีชื่อของตนเองอยู่ด้วยหรือไม่ เรื่องที่อยู่ในการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ต้องให้ว่าเป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ไปว่ามีชื่อตนเองเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่าตนเองยังสู้คดีต่อเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่นายจักรพงษ์ แสงมณี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมทำงานตลอดเวลา ส่วนการลาออกของนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตนเองก็ยังไม่ได้พูดคุยกันหลังจากที่ลาออกไป ไม่ได้มีปัญหาติดค้างคาใจกัน ส่วนที่หลายคนมองว่าตนเองเป็นเด็กของนายเศรษฐา
ส่วนเรื่องการแบ่งงานยังไม่ได้พูดคุยกันต้องรอให้นายกฯ แบ่งงานก่อน แต่ถ้าถามเรื่องความถนัดด้านงบประมาณ ก็ทำได้เพราะทำให้พรรคเพื่อไทยมา ตั้งแต่ปี 2562 ส่วนที่หลายคนบอกว่าตนเองเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้เพราะเป็นคนใกล้ชิดนายเศรษฐานั้น ก็ไม่ใช่เพราะก็อยู่กับพรรคเพื่อไทยมานาน
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ที่ถามว่าได้เคลียร์ใจกับนายกฯ แล้วหรือยัง โดยเจ้าตัวบอกว่า ไม่มีอะไรและพร้อมทำงาน และไม่ได้เสียความรู้สึกหรือน้อยใจที่ถูกเปลี่ยนไป เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ได้คุยกับนายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล แล้วหรือยัง หลังจากมีการปรับคณะรัฐมนตรี นางสาวสุดาวรรณ บอกว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้ปรึกษากันเรื่องตำแหน่งหรืองานการเมือง ส่วนงานของกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรม มีความคล้ายกันหรือไม่นั้น นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่าที่จริงแล้วก็ทำงานร่วมกันและได้เจอกันบ่อย ไม่มีอะไรต้องลำบากใจ
ขณะที่นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ได้เปลี่ยนบทบาทและหน้าที่จาก สส. ฝ่ายนิติบัญญัติมาเป็นฝ่ายบริหาร
นางสาวจิราพร อย่างชี้แจงกรณีที่ไปพูดบนเวที แสดงวิสัยทัศน์ 10 เดือนเพื่อไทยไม่รอ ช่วงหนึ่งที่บอกว่าจะทำสถานีโทรทัศน์ช่องซอฟต์พาวเวอร์ จะเปิดช่องขึ้นมาใหม่ หรือจะ ปรับปรุงสถานีโทรทัศน์ที่มีอยู่เดิมนั้น ขอคุยกับทีมงานก่อนว่าจะใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ ส่วนจะเปิดช่องใหม่หรือหลายช่องทางเดิมจะมาพูดเรื่องนี้ทีหลังเพราะตอนนี้นายกรัฐมนตรีรออยู่
จากนั้นเวลา 16.20 น. รัฐมนตรีทั้ง 12 คน ได้เดินทางขึ้นรถตู้ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 3 คัน เพื่อเดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยก่อนเดินทางรัฐมนตรีทั้ง 12 คนได้ถ่ายหมู่ร่วมกันที่ด้านข้างตึกสันติไมตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันที่ 7 พ.ค. ก่อนการประชุมครม. นายกฯ จะนำครม.ทั้งหมดร่วมกันถ่ายภาพหมู่ ที่ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานประชุมครม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เวลา 13.50 น. นายกฯ ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มายังตึกสันติไมตรี เพื่อตรวจสถานที่จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 19.00 น.