รศ.ดร.ธนพร ชี้ ครม.เศรษฐา 2 วางผิดตัว-เสียหายทางการเมือง รมช.เกษตรฯ ไม่มีเพื่อไทยเท่ากับไม่มีเกษตรกรในใจ เสียดาย สส.จิราพร คนพื้นที่ช่วยงานเกษตรดีกว่าไปคุมสื่อ มอง ปานปรีย์ ลาออก กระทบเพื่อไทยระยะยาว ลั่น "ชลน่าน" หลุด ไม่ควรปรับ เหตุเหมาะกว่า "สมศักดิ์"
วันที่ 29 เม.ย.2567 เมื่อเวลา 13.00 น. ห้องอาหารสโมสรราชพฤกษ์ ภายหลังการปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ครั้งที่ 1 มีรัฐมนตรีหลายคนที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ และพ้นจากตำแหน่ง จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในการปลด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต รมว.สาธารณะสุข และให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รวมทั้งการลาออกของ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีต รมว.การต่างประเทศ หลังจากถูกปลดตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม
ด้าน รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย แสดงความเห็นถึงการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ในหลากหลายประเด็น โดยหลักใหญ่ใจความ อ.ธนพร เห็นว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ไม่ถูกต้อง โดยเล่าว่า การปรับให้กระทรวงเกษตรฯ มีเพียงรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ และปรับล่าสุดคือ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ ที่ดำรงตำแหน่งต่อจาก นายไชยา พรหมา พรรคเพื่อไทย เป็นสิ่งที่รัฐบาลในนามพรรคเพื่อไทยทำให้ประชาชนเห็นว่าไม่มีเกษตรกรในหัวใจ แม้ว่าการดำเนินนโยบาย รัฐมนตรีช่วยจะไม่สามารถตัดสินใจเด็ดขาดได้ แต่จะทำให้ประชาขนเห็นว่าฝ่ายบริหารด้านการเกษตรจะยังมีคนของพรรคเพื่อไทย แต่ให้รัฐมนตรีฝึกหัดตามที่ตนได้คิดขึ้นอย่าง นายอรรถกร มาทำงานแทน ทั้งที่การปรับครั้งนี้ก็มี นางสาวจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เข้ามาร่วมในโผด้วย แต่นำไปกระจุกไว้ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่ง อ.ธนพร เชื่อว่า หาก สส.น้ำ มาดำเนินงานในฐานะ รมช.เกษตรฯ จะสามารถใช้ฐานแฟนคลับในโซเชียลช่วยสนับสนุนการทำงานได้ดีมากกว่ามาคุมกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัทสื่อมวลชน
อ.ธนพร กล่าวถึงประเด็นของ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.การต่างประเทศ ที่ยื่นหนังสือลาออกหลังจากการถูกริบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไปให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลระยะยาวถึงภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ต่อพรรคเพื่อไทย เพราะทำให้คนรุ่นใหม่ที่พรรคเพื่อไทยหวังจะดึงดูดเข้ามารีโนเวต จะกังวลว่ารูปแบบการเมืองเก่าๆ จะยังคงอยู่ในรัฐบาล
ขณะเดียวกัน การปลด นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต รมว.สาธารณสุข ก็ยิ่งย้ำให้ความกังวลของวัฒนธรรมการเมืองเก่ารุนแรงมากขึ้น ซึ่ง อ.ธนพร เห็นว่าเหตุใดผู้ที่อยู่ทุ่มเท อยู่ทำการเมืองกับพรคเพื่อไทยมายาวนานกว่า 20 ปี กลับได้รับการตอบแทนระยะสั้นเพียง 7 เดือน แต่อีกคนที่ไปๆ มาๆ กลับได้รับตำแหน่งนี้ไป อ.ธนพร ย้ำถึงหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ต้องปลดหมอชลน่านออก ทั้งๆ ที่ภาพลักษณ์ของตำแหน่งมีความเหมาะสมมากกว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน คือ “หมอชลน่านโกงไม่เป็น”
อ.ธนพร ทิ้งท้ายว่า เหตุจากการปรับคณะรัฐมนตรีจะทำให้สิ่งที่พรรคต้องการขับเคลื่อนให้มีคุณค่าลดลง และจะประสบความยากลำบากกับการที่รัฐบาลต้องการจะรีโนเวตพรรคเพื่อให้ได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า และฝากถึงผู้ที่จะเข้าร่วมงานทางการเมือง ให้ไปร่วมกับพรรคอื่นที่เติบโตจากความโปร่งใสจะดีกว่า.
...