ปิดจ๊อบจบแล้วเขย่าเก้าอี้ปรับ ครม.เศรษฐา 1/1 ทูลเกล้าฯเรียบร้อย สำนักเลขาฯ ครม.ส่งซิก รมต.หน้าใหม่และหน้าเก่าที่สลับเก้าอี้ เพิ่ม-ลด ตำแหน่งสแตนด์บายรอใน กทม. อย่าเพิ่งออกต่างจังหวัด นายกฯขอใจเย็นๆ โฉมหน้า ครม.ใหม่ถึงเวลาเดี๋ยวรู้เอง พท.โวปรับ ครม.อย่างหล่อตอบโจทย์ปัญหา “เสี่ยเบนซ์” อรรถกร ว่าที่ รมต.ป้ายแดง พปชร. ยังเขินไม่เคยใหญ่โต ปชป.แซะไม่เลิก ปากบอกเห็นใจแต่ทะลวงไส้ด้อยค่า ภาวะผู้นำนายกฯ ภท.เต้นผาง “บี” พุทธิพงษ์ วิพากษ์ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เผ็ดร้อน หวั่นสัมพันธ์ร้าว “อนุทิน” นำขบวนแจงอดีตแกนนำ กปปส.ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรคนานแล้ว “เด็จพี่” ยันไม่ใช่เรื่องเล็กนโยบายเรือธงรัฐบาลแนวร่วมต้องชัดเจน “นายกฯนิด” ลุย สวนทุเรียนเมืองจันท์ สางปัญหา-แผ้วทางค้าขายโกยรายได้เข้าประเทศ ขึงขังสั่งพาณิชย์ตรึงมาตรฐานราคาสูง ห้ามตกต่ำเสียชื่อเสียง ปชป.ประชุมใหญ่แก้ไขรูปแบบโหวตเจ้าปัญหา “เสี่ยต่อ” ปูดอีก 6เดือน การเมืองอาจโดนล้มโต๊ะ ปชต.ล่องหนโดนปล้นอีก
จากกรณีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวปรับ ครม.เศรษฐา 1/1 ที่คุกรุ่นมานานพอสมควร ล่าสุดสงบลงแล้ว เนื่องจากมีการทูลเกล้าฯโผ ครม.ใหม่ไปแล้วในช่วงเย็นของวันที่ 26 เม.ย. พร้อมมีการกำชับจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ รวมทั้งรัฐมนตรีเดิมที่มีการสลับโยกย้ายตำแหน่ง ให้สแตนบายด์รออยู่ใน กทม. อย่าเพิ่งเดินทางออกไปต่างจังหวัด
นายกฯขอใจเย็นปรับ ครม.เศรษฐา 1/1
เมื่อเวลา 08.29 น. วันที่ 27 เม.ย.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน. 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปตรวจราชการ จ.จันทบุรี และ จ.ระยอง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1/1 ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยังว่า “เดี๋ยวทูลเกล้าฯก็จะรู้เองแหละครับ ตรงนี้ไม่ต้องนะครับ เดี๋ยวเมื่อไหร่ เปลี่ยนเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็รู้เอง”
...
ประสานว่าที่ รมต.สแตนด์บายใน กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ได้นำรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยและนำขึ้นทูลเกล้าฯไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย. ขณะนี้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ประสานไปยังบรรดารัฐมนตรีหน้าใหม่ และรัฐมนตรีที่มีการสลับปรับย้ายตำแหน่งให้อยู่ใน กทม.ก่อน ช่วงนี้อย่าเพิ่งลงพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับดำเนินการขั้นตอนต่อไป
พท.โวปรับ ครม.ตอบโจทย์ปัญหา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีที่ระบุว่านายกฯปิดจ๊อบไปแล้วว่า การปรับคณะรัฐมนตรีจะเร็วหรือช้า ปรับเล็กหรือปรับใหญ่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีอำนาจเต็มชัดเจน เท่าที่ติดตามข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สามารถทำงานเป็นทีมตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัญหาปัจจุบันได้มากขึ้น การปรับ ครม.ในสถานการณ์การเมืองที่มีพรรคร่วมรัฐบาลแบบนี้ไม่ง่าย การที่นายเศรษฐาบริหารจัดการได้ขนาดนี้ สะท้อนถึงการมีอำนาจเต็ม นายเศรษฐาเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่และเมื่อถึงเวลาต้องปรับก็ปรับด้วยความมั่นใจ สามารถกระชับการทำงานให้ตอบโจทย์แก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนได้ ครม.สไตล์รัฐบาลเศรษฐา ทำงานเร็ว ผลักดันนโยบายเรือธงของรัฐบาลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
“อรรถกร” พร้อมทำหน้าที่หลังมีชื่อ
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงกระแสข่าวมีชื่อเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในการปรับคณะรัฐมนตรี โควตาพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าได้กรอกประวัติไปแล้ว และพร้อมทำหน้าที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคพลังประชารัฐได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด จะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ต้องมีอยู่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค เป็นคนทำงานตัวจริง แก้ไขปัญหาให้ประชาชนเยอะมาก หากตนมีโอกาสเข้าไปทำงานด้วยก็ต้อง ไปปรึกษา ร.อ.ธรรมนัสก่อน
“จุรินทร์” แซะเห็นใจ “นายกฯ” ปรับ ครม.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การปรับ ครม.เศรษฐา 1/1 ยังพูดไม่ได้ชัดเจนเพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงเป็นทางการออกมาว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งไหนบ้าง เพียงแต่เห็นว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ใช้เวลานานพอสมควร เท่าที่ติดตามการเมือง ถ้ามีการปรับ ครม.จะไม่ยืดเยื้อขนาดนี้ สำหรับความยืดเยื้อที่เกิดขึ้นคนที่ติดตามการเมืองก็พอทราบได้ว่าเกิดจากอะไร เห็นใจรัฐบาล เห็นใจนายกฯ เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งคนเดียว ฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการให้จบ เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองอย่างไรกับการปรับ ครม.ครั้งนี้ที่มีการนำรายชื่อ ครม.ไปให้คนที่อยู่นอกรัฐบาลดู นายจุรินทร์กล่าวว่า คงไม่ต้องให้ฝ่ายค้านมอง คนไทยทั้งประเทศก็ทราบอยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งไม่เกินความคาดหมายและเป็นไปตามนั้น เพราะเมื่อรัฐบาลเกิดมาอย่างนี้ก็ต้องเป็นไปอย่างนี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน
“เฉลิมชัย” ยันเต็มที่บทบาทฝ่ายค้าน
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงโฉมหน้า ครม.เศรษฐา 1/1 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ขอให้โปรดเกล้าฯลงมาเสียก่อน แต่อำนาจการตัดสินใจเป็นของนายกฯ ถ้าตัดสินใจถูกก็รับชอบ แต่หากตัดสินใจผิดก็ต้องรับผิดไป เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์วางบทบาทการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือต่างๆเกี่ยวกับพรรคออกมา ตนบอกว่าถ้ามีจริงก็ให้เปิดออกมา แต่ก็ไม่มีใครแก้ข่าวให้ เพราะฉะนั้นวันนี้ยืนยันพรรคทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ เพียงแต่พรรคเราเองก็มีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถขอเปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 และมาตรา 152 ได้ด้วยตนเอง เพราะพรรคมี สส.เพียง 25 คน อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้จะมีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2568 เราก็ยังยืนทำหน้าที่ตรวจสอบ อะไรที่ไม่ถูกก็ท้วงติงนำเสนอต่อสาธารณะ ส่วนอะไรที่ถูกต้องเราไม่คัดค้านแน่นอน
ภท.เต้นสมาชิกด้อยค่า “ดิจิทัลวอลเล็ต”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว. มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ออกมาคัดค้านโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้ประชาชน 10,000 บาทของรัฐบาล จนทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่พอใจว่า ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนแน่นอน ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลด้วยรูปแบบวิธีการที่ถูกกฎหมายตามข้อเสนอแนะของ 3 หน่วยงาน คือ 1.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 2.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ 3.กระทรวงการคลัง ส่วนการออกมาวิจารณ์ของนายพุทธิพงษ์เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เพราะตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งปี 2566 นายพุทธิพงษ์ก็ไม่เคยมาร่วมกิจกรรมใดๆของพรรคเลย แม้แต่วันเกิดพรรคเมื่อวันที่ 6 เม.ย.67 ก็ไม่มา วันประชุมใหญ่พรรคก็ไม่มาเช่นกัน
“หนู” ยันหนุนเต็มที่ “บี” ไม่เกี่ยวพรรค
“เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ร่วมงานและร่วมกิจกรรมกับพรรค จะรู้ดีว่านโยบายนี้เราสนับสนุนรัฐบาลแน่นอน ดังนั้น ขอให้ฟังผมเพียงคนเดียว อย่าไปฟังคนอื่น พรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกหลายหมื่นคน เราไม่สามารถไปควบคุมให้เห็นเหมือนกันได้ แต่เรื่องสำคัญๆต้องขอให้ฟังหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น” หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยกล่าว เมื่อถามว่านายพุทธิพงษ์ยังอยู่ในลำดับ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า ลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ เขาก็ยังอยู่เช่นเดิม เพราะเป็นเรื่องก่อนหน้านี้ แต่ก็คงไม่ได้มีการขยับลำดับอะไรขึ้นมา เมื่อถามถึงกรณีที่ “เด็จพี่” นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษารองนายกฯ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาจี้ให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอบรมเรื่องมารยาทของนายพุทธิพงษ์ที่ออกมาโจมตีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะต้องร่วมรัฐบาลกันอีก 3 ปี นายอนุทินกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ขอเด็จพี่อย่าเป็นห่วงเรื่องนี้เลยเพคะ”
ไม่ร่วมกิจกรรมพรรคนานเป็นปีแล้ว
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นของนายพุทธิพงษ์เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตเป็นในนามส่วนตัว ไม่ได้พูดในนามพรรคหรือสมาชิกพรรค เพราะหลังจากภารกิจเลือกตั้ง สส.2566 เสร็จสิ้น นายพุทธิพงษ์ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมใดๆกับพรรคเป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยให้การสนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลเต็มที่ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำมาตลอด ล่าสุดก็ได้ร่วมแถลงข่าวกับนายกฯเพื่อเดินหน้าโครงการนี้ เราเองก็ไม่สบายใจอยากขอให้นายพุทธิพงษ์ออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจน เพื่อไม่ให้พรรคภูมิใจไทยได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ หากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ออกมาพูดตนก็คงลืมไปแล้วว่านายพุทธิพงษ์ยังเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอยู่ แต่ขออย่าเป็นห่วงการแสดงความคิดเห็นของนายพุทธิพงษ์ เพราะในระดับผู้ใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดและพร้อมจับมือกันทำงานจนครบเทอม
สับ “เด็จพี่” คู่แข่ง พท.คือ ก.ก.ไม่ใช่ ภท.
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอบรมนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่วิพากษ์วิจารณ์โครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ส่วนตัวที่ได้เข้าร่วมประชุม ครม. และติดตามการแสดงความเห็นนายอนุทินมาตลอด ยืนยันว่านายอนุทินมีความเห็นสอดคล้องกับนโยบายสำคัญนี้มาโดยตลอด เพียงแต่เน้นย้ำถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง สำหรับนายพุทธิพงษ์หลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคนานแล้ว แต่การที่สมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว นายอนุทินรวมทั้งตนไม่อยากให้นายพร้อมพงศ์คิดมาก ไม่ต้องฟุ้งซ่าน จินตนาการเยอะเกินไป เพราะผู้ใหญ่ของพรรคได้ทำงานใกล้ชิดกันอยู่ตลอด คู่ต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยคือพรรคก้าวไกล ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย นายพร้อมพงศ์อย่าเข้าใจการเมืองแบบกระพี้ ขอให้เข้าใจแก่น
“พร้อมพงศ์” ชี้ ภท.จำเป็นต้องชัดเจน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษารองนายกฯ และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ออกมา แสดงความคิดเห็นคัดค้าน โจมตีโครงการแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาทของรัฐบาล ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมายืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน การออกมาวิจารณ์ของนายพุทธิพงษ์เป็นเพียง แค่ความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ถึงแม้นายพุทธิพงษ์จะทำในนามส่วนตัว แต่ในสื่อทุกช่องทางรายงานว่านายพุทธิพงษ์เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ต่างก็รับรู้กันว่าเป็นแกนนำภาค กทม.ของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ประชาชนเกิดความ สับสน ไม่สบายใจกับการด้อยค่าของสมาชิกพรรค การเมืองที่ร่วมรัฐบาล เปรียบประหนึ่งว่าเป็นฝ่ายค้าน ในรัฐบาล ท่าทีและการแสดงออกของพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นสิ่งสำคัญ
เอกภาพนโยบายรัฐไม่ใช่เรื่องเล็ก
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยยังต้องทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาลอีกนาน หากไม่ออกมาตอบให้ชัดเจน พี่น้องประชาชนจะสับสนและเข้าใจผิดได้ กรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายเรือธงของ รัฐบาล คือความคาดหวังของพี่น้องประชาชน และเป็นเป้าหมายที่รัฐบาลจะใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปากท้อง เป็นฟันเฟืองที่จะทำเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ก็ต้องขอบคุณนายอนุทินที่ออกมา ยืนยันแสดงความชัดเจนสนับสนุนนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่านายพุทธิพงษ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนการออกมาแสดงความเห็นโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตของตนนั้น ไม่ใช่การตอบโต้หรือแข่งขันทาง การเมือง แต่เป็นเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ต้องปกป้องเท่านั้น
“จุรินทร์” หยาม “ดิจิทัลวอลเล็ต” วนลูป
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ อดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวโน้มโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลจะสามารถดำเนินการได้ทัน ไตรมาส 4 ของปีนี้หรือไม่ ว่า ในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้ มาตลอด คิดว่าสถานการณ์วันนี้มันย้อนกลับไปที่เดิม ย้อนกลับไปในจุดที่ประกาศว่าจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท สุดท้ายแล้วก็อาจจะไม่เป็นไปตามนั้น แม้ว่าจะมีมติ ครม.ออกมาแล้วก็ตาม เพราะยังเป็นแค่มติเห็นชอบในหลักการ ไม่มีอะไรใหม่ ครม.ที่อยู่ ด้วยกันก็ต้องให้เกียรติกัน ต้องเห็นชอบเป็นเรื่องปกติ แต่รายละเอียดที่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งตรงนั้น ต่างหากคือหัวใจสำคัญ และจนถึงขณะนี้กระทรวงการคลัง เจ้าของเรื่องโดยตรง ก็ยังทำไม่เสร็จ ยังจะนัด ประชุมถกกันอีกว่าแหล่งเงิน วิธีการ และรายละเอียดอื่นๆ จะทำอย่างไร
ยังคลุมเครือ–แขวนอยู่บนเส้นด้าย
“เรื่องนี้ยังคลุมเครือ ผู้ที่มีความรู้ เชี่ยวชาญตัวจริงทางด้านการเงิน การคลัง และด้านกฎหมายของประเทศไม่น้อยที่ออกมาให้ความเห็นว่าหมิ่นเหม่ในเรื่องข้อกฎหมาย ถ้ารัฐบาลจะทำให้เกิดความชัดเจน กว่านี้ก็ทำได้ โดยส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยก็จบไป แต่ไม่ทราบเหตุผล ทำไมต้องยื้อเวลาส่งกฤษฎีกา ไปอีก ฉะนั้น จึงเหมือนเดินไปบนเส้นด้าย เพราะความ ชัดเจนข้อกฎหมายยังถกเถียงกันอยู่เลย รัฐบาลต้องรับฟังและทำความจริงให้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นก็จะคลุมเครือ อยู่อย่างนี้ ประชาชนก็รอด้วยความหวังในลักษณะที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจริงหรือไม่” นายจุรินทร์กล่าว
พท.สวนกลับอคติ–ทำสังคมสับสน
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายจุรินทร์ประเด็นที่ ระบุว่า สถานการณ์ดิจิทัลวอลเล็ตอยู่บนเส้นด้าย ย้อนวนกลับไปที่เดิมว่า ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ขับเคลื่อนมุ่งไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดและมากที่สุดของประเทศ เป็นธรรมดาที่จะมีข้อห่วงใย จากภาคส่วนต่างๆ รัฐบาลยินดีพร้อมรับฟัง กระทรวงการคลังก็ได้สรุปเงื่อนไขตามมติ ครม. รวมถึงการ กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันหนักแน่นชัดเจนตลอดมาว่าไตรมาสที่ 4 ได้ใช้ดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน การวิพากษ์วิจารณ์ใดๆเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องไม่มุ่งสร้างความสับสน หรือทำให้เข้าใจผิดต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของ ตนเอง รัฐบาลได้แถลงย้ำถึงความชัดเจนของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่ามาแน่นอน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ นโยบายนี้ไม่ได้แขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่เมื่อทำสำเร็จแล้ว อนาคตทางการเมืองของคนที่ต่อต้านต่างหากที่อาจต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย
นายกฯลุยสวนทุเรียนเมืองจันท์
สำหรับความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีภารกิจลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดจันทบุรี และระยอง โดยเวลา 10.00 น. นายกฯเดินทางไปยัง จุดหมายแรกที่สวนนวลทองจันทร์ ต.มาบไพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยรถยนต์อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 8 กผ 1127 กรุงเทพมหานคร ตรวจติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพปลอดภัยมูลค่าสูง และรับฟังปัญหาจากเกษตรกร โดยมี น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว. อุตสาหกรรม นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและ สหกรณ์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมคณะลงพื้นที่ด้วย ขณะที่นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี หัวหน้าส่วนราชการ จ.จันทบุรี และนายสุเทพ นภพันธ์ เจ้าของสวนทุเรียน นวลทองจันทร์ รอให้การต้อนรับนายกฯ และคณะ ทั้งนี้ นายสุเทพกล่าวสะท้อนสภาพปัญหาว่าปีนี้ร้อนและแล้งมาก เป็นปัจจัยหลักทำให้ขาดแคลนน้ำทำการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพิ่มเติมในการซื้อน้ำ และใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมาก รวมทั้งยังมีปัญหาภาคการขนส่งต้นทุนสูง ตู้คอนเทนเนอร์ มีไม่เพียงพอ
เร่งแก้ปัญหาสารพัดให้ชาวสวน
นายกฯกล่าวว่า ทราบว่าเป็นต้นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ถือได้ว่าเป็นหัวมังกรของพืชฤดูร้อน ไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด และทุเรียน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากเกษตรกร รัฐบาลให้ ความสำคัญต่อการทำพืชเศรษฐกิจ ผลไม้เพื่อการส่งออก ประเทศจีนรับประทานทุเรียนเฉลี่ยต่อคนต่อปีประมาณ 0.7 กิโลกรัม คนไทยรับประทานทุเรียนเฉลี่ยประมาณ 5 กิโลกรัม และคนมาเลเซีย 11 กิโลกรัมต่อคน แต่มั่นใจว่าประเทศจีนจะบริโภคทุเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ จะต้องพัฒนาและปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สนับสนุนให้มีการเพาะปลูกอย่าง เหมาะสม ส่วนคู่แข่งที่สำคัญคือเวียดนาม เราจะต้องพัฒนาระบบเพื่อจะได้แข่งขันกับเขาได้ รัฐบาลตระหนักดีในเรื่องของพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทุเรียน ต้องพัฒนาสายพันธุ์ การแปรรูป การดูแลค่าปุ๋ย ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เข้มงวดดูแลเรื่องคุณภาพส่งออกทุเรียน ไม่อยากให้ ชื่อเสียงประเทศไทยเสียหาย
งดซ่อม ถ.สุขุมวิทโปรโมตทัวร์ผลไม้
นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า ขอให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการทำศูนย์ one stop service ให้ได้ ส่วนปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งสนับสนุนจัดหาให้เพียงพอในช่วงฤดูที่ผลไม้ออก ขอให้กระทรวง แรงงานพิจารณามาตรการหาแรงงานในสวนผลไม้ให้เพียงพอช่วงฤดูผลผลิตออก พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยว ให้ ททท.โปรโมตให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายัง จ.จันทบุรี โปรโมตให้มีการท่องเที่ยวช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค. เพราะเป็นเดือนที่มีผลผลิตเยอะ สำหรับปัญหาที่จะตามมาในเรื่องการจราจรนั้น ได้สั่งการ ให้กรมทางหลวงงดซ่อมแซมถนนสุขุมวิทในช่วงนี้ ประชาชนจะได้เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึง เพื่อการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ ให้เป็นไปได้ด้วยดี
ชาวบ้านต้อนรับ สส.ก้าวไกลก็มา
ทั้งนี้ นายกฯได้เยี่ยมชมสวนทุเรียน พร้อมชิมทุเรียนพันธุ์นวลทองจันทร์ พันธุ์ก้านยาว และพันธุ์หมอนทอง ถึงกับเอ่ยปากชมว่า “อร่อย หวานมัน ชอบแข็งๆ ไม่รู้ว่าเรียกว่าห่ามหรือเปล่า ผมชอบทุเรียนพันธุ์ก้านยาว โดยเฉพาะเนื้อกรอบนอกนุ่มใน” จากนั้น ไปรับชมการสาธิตการรับทุเรียน ขณะที่เจ้าของสวนทุเรียน ได้มอบทุเรียนสายพันธุ์นวลทองจันทร์สีทอง ซึ่งเป็นต้นแรกของโลกให้นายกฯ 1 ลูก ก่อนนายกฯจะเดินทางกลับได้ทักทายประชาชน กลุ่ม อสม. ที่มารอมอบดอกกุหลาบสีแดงและชูป้ายให้กำลังใจอย่างหลากหลาย อาทิ นายกสู้ๆ เรารักนายกฯ โดยมี 2 สส.จันทบุรี พรรคก้าวไกล คือ น.ส.ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สส.เขต 2 และ น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.เขต 3 มารอให้การต้อนรับด้วย
สั่งตรวจเข้มลักลอบนำเข้าทุเรียน
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายกฯและคณะเดินทางมายังบริษัท ดรากอน เฟรช ฟรุท จำกัด ต.มะขาม อ.มะขาม เพื่อตรวจเยี่ยมโรงงานคัดบรรจุผลไม้ ซึ่งเป็นโรงคัดบรรจุทุเรียนสดและส่งออกรายใหญ่ของ จ.จันทบุรี ได้รับรองมาตรฐาน GMP พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นกับตัวแทนภาคเอกชน ถึงวิธีการรองรับทุเรียนในพื้นที่และนำส่งออก รวมถึงสั่งการป้องกันการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน ชมการสาธิตตรวจปริมาณแป้งในทุเรียน ต้องมีปริมาณ 32% ทั้งนี้ นายกฯยังได้ทดลองปอกทุเรียนและชิมทุเรียนสายพันธุ์หนามดำ ซึ่งเป็นสายพันธุ์จากมาเลเซีย เนื้อนิ่ม รสชาติมัน เป็นที่นิยมของชาวจีน พร้อมชมว่า “อร่อย” จากนั้นเวลา 12.15 น. นายกฯเดินทางถึงบริษัท เกาฟง จำกัด ต.เขาวัว อ.ท่าใหม่ เพื่อตรวจติดตามการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพและการแปรรูปทุเรียนเพื่อเตรียมส่งออก พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปคุณภาพ ได้สอบถามปัญหาขนส่ง ก่อนเยี่ยมชมห้องเย็นไนโตรเจนแช่แข็งทุเรียนปอกแล้ว
ย้ำโจทย์ พณ.รักษาราคาไม่ให้ตกต่ำ
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า มา จ.จันทบุรี เพราะเป็นช่วงต้นฤดูผลผลิตทุเรียน ปฏิเสธไม่ได้ ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งของประเทศ และศักยภาพตลาดไปได้อีกไกลมาก ปัจจุบันเรามีการพัฒนาการเก็บทุเรียนอย่างมืออาชีพ ก้าวหน้าไปเยอะมาก แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่บ้าง อย่างการเก็บทุเรียนอ่อน ซึ่งวันนี้มีนวัตกรรมที่วัดทุเรียนอ่อนและทุเรียนแก่ได้ โดยจดลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องระมัดระวัง ถ้าทำไม่ดีจะเสียชื่อประเทศ และเราอาจจะมีปัญหาเรื่องการลักลอบนำทุเรียนเข้าไทย วันนี้อธิบดีกรมศุลกากรก็มาลงพื้นที่ด้วย ได้สั่งการไปแล้วว่าอย่าให้มีการลักลอบ เริ่มต้นแก้ปัญหาที่ จ.จันทบุรี ที่ถือเป็นหัวมังกรที่ส่งออกได้ก่อนและไล่ไปถึงภาคใต้ที่มีปัญหาเดียวกันเรื่องแหล่งน้ำและการขนส่ง จ.จันทบุรี เหมือนเป็นเมืองหลวงผลไม้ฤดูร้อนของไทย ไม่ว่าจะเป็นมังคุค เงาะ ภาคใต้ก็มี ให้กระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องของราคาว่าห้ามให้ตกต่ำ เมื่อตรงนี้ชัดเจนแล้วจะนำไปพัฒนาภาคใต้ต่อไป เมื่อมีมาตรการรองรับเรื่องของราคาไม่น่าเป็นห่วง ถือเป็น KPI ของกระทรวงพาณิชย์ แต่แน่นอนยังมีมังคุค เงาะ ที่อาจจะมีปัญหาได้ในอนาคต แต่กระทรวงพาณิชย์รับทราบเป็นโจทย์ไปแล้วว่าห้ามทำให้ราคาตกต่ำ ส่วน จ.ระยอง ชาวบ้านที่ทำการเกษตรได้รับผลกระทบไฟไหม้จากโรงงานเก็บสารเคมีอุตสาหกรรมนั้น อธิบดีกรมวิชาการเกษตรลงมาดูปัญหาสภาพดินและสภาพน้ำด้วย ก็ต้องให้องค์ความรู้กับเกษตรกรด้วยเหมือนกัน ยืนยันรัฐบาลจะดูแลตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
ปชป.ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 67
วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ฯ หลักสี่ กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค สส. และอดีต สส. รวมถึงตัวแทนสาขาพรรคทั่วประเทศเข้าประชุม 417 คน ขณะที่แกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรค เป็นต้น โดยมีวาระการพิจารณาสำคัญตามระบบพรรคการเมือง และมีวาระที่น่าสนใจคือ การแก้ไขข้อบังคับพรรค สัดส่วนการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห. จากเดิมที่ใช้สัดส่วน 70 ต่อ 30 คือร้อยละ 70 จากคะแนนโหวตของ สส. และร้อยละ 30 มาจากสมาชิกพรรคที่เป็นองค์ประชุมที่เป็นโหวตเตอร์ เปลี่ยนเป็นสัดส่วน 40:40:20 ร้อยละ 40 มาจากคะแนนโหวตของ สส. ร้อยละ 40 มาจากคะแนนสมาชิกพรรคที่เป็นโหวตเตอร์ และร้อยละ 20 มาจากคะแนนกรรมการบริหารพรรค และเปิดทางให้บุคคลที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไม่ต้องเป็นสมาชิกถึง 5 ปี โดยกำหนด 2 ปี สามารถลงสมัครเป็นกรรมการบริหารพรรค หรือตำแหน่งสำคัญของพรรคได้ โดยที่ประชุมโหวตเห็นชอบร่างข้อบังคับพรรคใหม่ 316 เสียง ตามสูตร 40:40:20
“เฉลิมชัย” ปลุกใจลูกพรรคฟื้น ปชป.
ต่อมาเวลา 12.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปิดการประชุมว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันทำให้ที่ประชุมเดินหน้าไปได้ด้วยความราบรื่น ยืนยันว่าความเห็นของสมาชิก พรรค กก.บห. จะนำไปพิจารณาปรับปรุงให้พรรคทันสมัยกับสถานการณ์บ้านเมืองและโลก 4 เดือน ที่ กก.บห.ชุดนี้บริหารได้ทำงานแข่งกับเวลา วันนี้ เรายืนหยัดด้วยหลักการและอุดมการณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ พูดโดยไม่อายฟ้าอายดินว่า ไม่เคยทำผิดทั้งต่อหน้าและลับหลัง และยังยึดมั่นในความเป็นประชาธิปัตย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอบอกกับทุกคนว่าการฟื้นฟูพรรคคือหน้าที่ของพวกเรา เมื่อตนเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคได้ตั้งศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร ถือเป็นพรรคแรกของไทยที่สามารถสมัครสมาชิกพรรคทางโซเชียลมีเดียและทางโทรศัพท์ได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เป็นก้าวแรกที่จะทำให้เขารู้ว่าเราจะกลับมาอีกครั้งหนี่ง ไม่เหมือนกับหลายคนที่ไม่ทำงานแล้วด้อยค่าพรรค ไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยมีอะไรให้เขาติดค้างบ้างเลยหรือ ฉะนั้นสิ่งที่อยากเห็นคือความมีเอกภาพในพรรค ขอยืนยันกับสมาชิกทั่วประเทศ จะไม่มีวันทำผิดทั้งต่อหน้าและลับหลังเด็ดขาด ตนมั่นใจว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง
ขอแรงผู้อาวุโสเป็นหลักขับเคลี่อน
นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เราได้มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อกำหนดเป้าหมายพรรคที่ชัดเจน โดยเชิญอดีต สส. อดีตผู้บริหารพรรค และคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันทำงานขับเคลื่อนพรรค ที่ผ่านมามีประชาธิปัตย์ได้เพราะมีสมาชิกพรรคและสาขาพรรคที่เข้มแข็ง แต่สถานการณ์และเวลาเปลี่ยนไป คนอาจจะมองว่าเราให้ความสำคัญเฉพาะด้านบน แต่ภาคพื้นดินก็มีความสำคัญ เราจึงต้องทำควบคู่กันไปกับคณะกรรมการการเมือง จะกราบเรียนให้ผู้อาวุโสของพรรคมาช่วยวิเคราะห์และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนพรรคด้วย เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ไม่รีบก้าว แต่จะยึดหลักการและกฎหมาย
ปูดอีก 6 เดือนการเมืองถูกล้มโต๊ะ
“ผมมั่นใจว่าทั้งชีวิตมอบให้ประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ต้องการเห็นพรรคกลับมาเป็นเสาหลักของบ้านเมืองอีกครั้ง ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำประชาธิปัตย์คือความซื่อสัตย์สุจริต ผมยึดหลักนี้มาทั้งชีวิต ถ้าเราไม่มีหลักนี้อยู่ก็ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ถึงทุกวันนี้ การเมืองวันนี้อยู่ที่การคำนวณจังหวะและเวลา ถ้าอีก 6 เดือน เลือกตั้งแล้ววันนี้เราไม่ทำอะไรเลยมันไม่ได้ ผมเชื่อว่าถ้าการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก 6 เดือน ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าในระบอบประชา ธิปไตย อยู่อีก 3 ปี ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากเห็นคือความมีเอกภาพของพรรค เพราะนี่คือพลังที่แท้จริงของประชาธิปัตย์ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลไหนไม่กลัวประชาธิปัตย์ ถ้าเรามีความเป็นเอกภาพ ทุกการตัดสินใจเราจะยึดสถาบันและองค์กรเป็นหลัก ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัว ไม่ใช้ความสุขส่วนบุคคลมาเกี่ยว” นายเฉลิมชัยกล่าว
เย้ยพวกเศษตังค์หยุดปั่นขัดเแย้ง
วันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สว.โพสต์เฟซบุ๊กว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 67 เริ่มประกาศใช้ งบประมาณใหม่ปี 68 กำลังจะเข้าสภา ครม.กำลังจะปรับ ขยับให้เข้าที่เข้าทางรองรับการขับเคลื่อน ผลงานต้องปรากฏ ทั้งนายใหญ่ นายเล็กต้องร่วมด้วยช่วยกัน ช้าไม่ได้ จะอ้างอะไรอีกไม่ได้ ชาวบ้านรออยู่ แต่เห็นมีพวกอารมณ์แค้น อารมณ์ค้าง ทั้งในจอนอกจอ ด่าคุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยโครมๆ เอาเป็นเอาตาย ชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือ ทั้งที่เห็นอยู่จะๆว่าคนที่ปฏิวัติรัฐประหาร เป็นแกนนำล้มและไล่คุณยิ่งลักษณ์ คุณทักษิณ และพรรคเพื่อไทยอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ บางคนอยู่พลังประชารัฐ ปัจจุบันเป็นรัฐบาลร่วมกัน เขาเลิกด่าเลิกว่ากัน ปรองดองสมานฉันท์กันหมดแล้ว แล้วคุณเป็นใคร เป็นแค่เสี้ยวเล็กๆ ธุลีน้อยๆ ยังจะหลงโรงกันอยู่อีก การเมืองเรื่องแค่นี้ก็อ่านไม่ออก ผู้มีอำนาจและแกนนำไปถึงไหนแล้ว ยังหลงละเมอเพ้อพกกันอีก เลิกได้เลิก จบได้จบเถอะ เขากำลังช่วยกันให้บ้านเมืองเดินต่อไป อย่าจมปลักกับความขัดแย้ง อย่ามันอยู่กับอดีต เขาลด ละ เลิกกันหมดแล้ว หยุดแล้ว แต่คุณยังไม่หยุด
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่