ดูให้ชัดๆ กกต.ตอบข้อหารือ ลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา 3 ประเด็น สมาชิกพรรคการเมือง ออกจากสมาชิกในกี่วัน-ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
วันที่ 25 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ออกคำชี้แจง ตอบข้อหารือ ลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา 3 ประเด็น สมาชิกพรรคการเมือง ออกจากการเป็นสมาชิกกี่วัน ผู้ดำรงตำแหน่ง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ถือเป็นผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองหรือไม่
สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอบข้อหารือ ลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา 3 ประเด็น ดังนี้
1. กรณีเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ออกจากการเป็นสมาชิกกี่วัน
2. กรณีบุคคลดํารงตําแหน่งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ถือเป็นผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองหรือไม่
3. กรณีบุคคลดํารงตําแหน่งคณะกรรมการชุมชน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการชุมชน พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่สอง พ.ศ. 2566 ข้อ 16 และ ข้อ 18 วรรคสอง ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ถ้าไม่ ต้องลาออกในวันรับสมัครหรือไม่ และกี่วัน
สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้ว มีความเห็นดังนี้
1. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (21) กําหนดว่า ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในวันสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา บุคคลซึ่งสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้เป็น สมาชิกพรรคการเมืองใด ย่อมถือว่าบุคคลนั้นไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครตามมาตรา 14 (21) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
...
2. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 กําหนดคํานิยามคําว่า “ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง” ซึ่งหมายความว่า (1) นายกรัฐมนตรี (2) รัฐมนตรี (3) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (4) สมาชิกวุฒิสภา (5) ข้าราชการการเมืองอื่น นอกจาก (1) และ (2) ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง (6) ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา กรณีตามข้อหารือเกี่ยวกับการดํารงตําแหน่งทางการเมือง จึงเทียบเคียงจากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว
3. ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคําวินิจฉัยที่ 5/2543 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 สรุปลักษณะของ “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ไว้ โดยเป็นบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมายรวมทั้งมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจําโดยอยู่ในบังคับบัญชาหรือกํากับดูแลของรัฐและมีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย ดังนั้น บุคคลใดจะมีสถานะ เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ ต้องพิจารณาตามแนวคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งนี้ ควรหารือไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อวินิจฉัยว่าตําแหน่งคณะกรรมการชุมชนอยู่ในความหมายของคําว่า “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ตามแนวคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญข้างต้นหรือไม่
ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิก วุฒิสภา พ.ศ. 2567
พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567