"พิธา" ยอมรับ ตั้งใจเยือน "เชียงใหม่" ย้ำ ไม่ได้มาปาดหน้า "ทักษิณ" ไม่มีนัยการเมือง มองประชาชนไม่ใช่สมบัตินักการเมือง ลั่น "ก้าวไกล" ได้คะแนนความไว้วางใจอันดับ 1 สส. 7 จาก 10 คน ต้องมาช่วยทำงาน

วันที่ 12 เม.ย. 67 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นนักปาด โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มาตาม นายทักษิณ ชินวัตร แต่มาตามว่าผู้สมัคร อบจ. และพี่น้องประชาชน มาใช้วันสุดท้ายก่อนปิดยาวช่วงสงกรานต์ให้เป็นประโยชน์ และอยากใช้โอกาสนี้สื่อสารผ่านสื่อมวลชน เชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้ง อบจ.ให้เยอะ ให้ความสำคัญเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ อยากให้มาใช้สิทธิ์ เพราะหากคนมาใช้สิทธิ์น้อย ก็ไม่ตรงตามหลักประชาธิปไตย และเสียดายงบประมาณในการเลือกตั้งด้วย ที่ครั้งหนึ่งใช้ 6-7 หมื่นล้าน

เมื่อถามว่า นายพิธา เดินทางมาช่วงเดียวกับ นายทักษิณ ซ้ำถึง 2 ครั้งแล้ว อาจถูกเชื่อมโยงได้ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นความบังเอิญ ตอนที่มาครั้งนั้นเพื่อต้องการเรียนรู้การดับไฟป่า และเป็นช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาสภาวะทางอากาศสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตนมี สส. 7 คน จาก 10 คน และก็ได้รับคะแนนความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 ก็ต้องลงมาช่วย สส.ทำงาน และกลับไปจะได้อภิปรายได้ถูกต้อง ไม่ใช่ความบังเอิญ ตนตั้งใจมาจริงๆ และไม่ได้ต้องการมาเพื่อการเมืองแต่อย่างใด แต่ต้องการทำหน้าที่อดีตหัวหน้าพรรค หากมีโอกาสอยากเข้าโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยเรื่องทางเดินหายใจว่าหนักขึ้นจริงหรือไม่

"ตนคิดว่านักการเมืองถ้ายึดโยงกับประชาชนก็ขึ้นมาทั้งนั้น เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เพิ่งลงพื้นที่ เราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องขึ้นมาปกติอยู่แล้ว ไม่มีนัยทางการเมืองแต่อย่างใด" นายพิธา กล่าว

...

เมื่อถามว่า กระแสของพรรคก้าวไกลไปจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางเจ้าถิ่นอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไรบ้าง นายพิธา กล่าวว่า "ผมไม่ได้คิดว่าพรรคไหนเป็นเจ้าถิ่นของใคร ประชาชนไม่ใช่สมบัติของนักการเมืองท่านไหน แต่ตนมีความรับผิดชอบกับเชียงใหม่ เพราะเขาเลือกผมมาถล่มทลาย มาเป็นอันดับ 1 ของเชียงใหม่ และจำนวน สส.ที่มีอยู่ และพื้นที่ที่มีไฟป่าเยอะก็เป็นเขตของพวกผมทั้งนั้น เพียงแต่ว่าพอเป็นสส.แล้วไม่มีงบประมาณ ทำได้แค่ตรวจสอบรัฐบาล หรือเสนอแนะ ก็ต้องลงพื้นที่เพื่อให้สส.ทำงานได้ เพราะ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น"

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ขณะนี้เกิดการแข่งขันกันหลายกลุ่มทั้ง พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายพิธา กล่าวต่อว่า เป็นสีสันทางการเมือง การแข่งขันย่อมเป็นเรื่องดี แต่ตนคิดว่ายังเร็วเกินไป หลังจากนี้ก็จะมีเรื่องนโยบายและไดนามิกทางการเมือง ช่วงนี้ตนขอสื่อสารให้คนมาเลือกตั้ง อบจ.ให้เยอะก่อน อยากให้รู้ว่าการเลือกตั้ง อบจ.มีศักดิ์มีศรีไม่แพ้ สส.