"ณัฐพงษ์" สส.ก้าวไกล ให้คะแนน ประเสริฐ รมว.อีดีเอส สอบตก เหตุ 3 จาก 10 นโยบาย ผ่าน 200 วัน ไม่ได้ทำอะไรเลย จี้ แสดงวิสัยทัศน์ "บล็อกเชน" เพื่อลดการใช้ดุลพินิจภาครัฐ จะทําอย่างไร ซัดรัฐบาลดูไม่โปร่งใส ขาดจริงใจ 

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2567 เมื่อเวลา 13.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน


นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เป็นเวลา 200 วัน ที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล (ดีอี) ได้บริหารประเทศ ซึ่งลงมือเปิดงาน มากกว่าทําในสิ่งที่ต้องทํา โดยนับตั้งแต่แถลงนโยบาย บอกว่าจะทํารัฐบาลดิจิทัล สร้างรัฐโปร่งใส ทําระบบคลาวด์

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงดีอี มีอยู่ 10 อย่าง ซึ่งตนให้คะแนนสอบตก เพราะ 3 ใน 10 นโยบาย เป็นเรื่องที่ไม่ได้ลงมือทําอะไรเลยในช่วง 200 วัน อาทิ การจัดสรรคลื่นวงจรดาวเทียม หรือการใช้เทคโนโลยีปราบทุจริต รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมอีสปอร์ต ประชาชนกําลังเสียโอกาส หากวันนี้เรามีรัฐมนตรีที่เข้าใจเรื่องดิจิทัล ก็จะได้เนื้อหนังมากกว่านี้

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนอยากให้รัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ว่า การใช้บล็อกเชน เพื่อลดการใช้ดุลพินิจภาครัฐ จะทําอย่างไร หรือเป็นแค่คีย์เวิร์ดที่พูดลอยๆ เหมือนกรณีดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งนี้ การใช้บล็อกเชนเหมาะสมกับงานบางอย่าง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเพิ่มต้นทุน และความซับซ้อนของระบบ โดยไม่จําเป็น

...

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐยังไม่มีความโปร่งใส เพราะยังขาดความจริงใจ ดูจาก 3 โครงการเหล่านี้ ได้แก่ ระบบอีคอนแทรค, ระบบราคาก่อสร้างอิเล็กทรอนิกส์, ระบบเปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้าง ที่กรมบัญชีกลางตั้งคําขอในงบฯ 67 แต่สํานักงบประมาณ และ ครม.ตัดออก ตั้งแต่ในชั้น พ.ร.บ.งบฯ จึงขอถามนายเศรษฐาว่า ตัดโครงการเหล่านี้ทําไม ทั้งที่แถลงว่าจะลดปัญหาทุจริต

สส.ก้าวไกล กล่าวอีกว่า จากการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางไปต่างประเทศ เจราผู้ให้บริการคลาวด์มาตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ครม.จึงต้องให้ความชัดเจน เรื่องการจัดซื้อระบบคลาวด์ ว่าจะทําแบบใด จะทําแบบตลาดกึ่งเสรี หรือให้นายหน้าผู้รับเหมาจัดการ และจะบังคับใช้มาตราฐานของระบบคลาวด์หน่วยงานเมื่อไร นอกจากนี้ การดึงดูดต่างชาติ ให้มาลงทุนศูนย์ข้อมูล จะมีนโยบายให้จดจัดตั้งนิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ เพราะในปัจจุบัน บริษัทเอกชนที่เช่าบริการระบบคลาวด์ รวมมูลค่า 13,000 ล้านบาท เป็นหัวบิลจากต่างประเทศ ทําให้เงินไหลออกทุกปี ดังนั้น ต้องมีการป้องกันในส่วนนี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ ครม.ตอบในสภาฯ ให้ชัดว่าจะสั่งให้สํานักงบประมาณ ไม่พิจารณาจัดสรรงบฯ ในการพัฒนาแอปฯ ภาครัฐ ที่ซํ้าซ้อนทุกกรณี และเปลี่ยนให้พัฒนาเพื่อเชื่อมในแอปฯ เดียว นอกจากนี้ เรื่องดิจิทัลไอดี ที่เคยบอกว่าจะผลักดัน ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงอยากให้รัฐมนตรี เคาะทิศทางที่ชัดเจน