นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน เปิดฉากอภิปราย ม.152 ซัด รัฐบาลเศรษฐา ทำงานมา 7 เดือน ประชาชนได้ประชาธิปไตยไหลย้อนกลับ เจอนิติสงคราม บริหารเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรมไม่เท่าเทียมกัน ล้มเหลว
วันที่ 3 เม.ย. เมื่อเวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวาระเรื่องด่วน ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152
นายชัยธวัช ตุลาธน กล่าวเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 แถลงว่า หลังการเลือกตั้งประชาชนต่างคาดหวังว่าเราจะได้ผู้นำประเทศคนใหม่ที่ต่างไปจากผู้นำหลังการรัฐประหาร แต่เวลาผ่านไปเรากลับได้นายกรัฐมนตรีที่ไร้วุฒิภาวะ หลายครั้งมีความสับสนว่ามีอำนาจทำอะไรได้บ้าง ขาดภาวะผู้นำในการสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจนในทิศทางของรัฐบาล ซ้ำร้ายยังมีวิธีคิดในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแบบเดิมที่จัดสรรตามโควตา “สมบัติผลัดกันชม” แทนที่จะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในการเข้ามาบริหารกระทรวงต่างๆ เมื่อประชาชนได้เห็นหน้ารัฐมนตรีหลายคนหลังประกาศจัดตั้ง ครม. ก็ต้องสิ้นหวัง
เมื่อรัฐบาลชุดนี้ได้บริหารประเทศมากว่าครึ่งปี ประชาชนก็คาดหวังที่จะได้เห็นนโยบายในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจปากท้องที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่ประชาชนพบคือการดำเนินนโยบายที่สับสน คิดไปทำไป นโยบายเรือธงของรัฐบาลขาดยุทธศาสตร์และแนวทางที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ตรงเป้าหมาย และแทนที่ประชาชนจะได้เห็นการบริหารราชการแผ่นดินที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก เสมอภาคเท่าเทียม เป็นธรรม เรากลับเห็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่ผูกขาดหรือเอื้อประโยชน์ต่อทุนใหญ่เต็มไปหมด หลายนโยบายแอบอ้างประชาชนบังหน้าแต่เบื้องหลังเนื้อในกลับเต็มไปด้วยการฉ้อฉลเชิงนโยบาย เปิดทางให้รัฐมนตรีและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
...
นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ทั้งเรื่องบริหารเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ผ่านมา 7 เดือนแล้ว ก็วกไปเวียนมา พี่น้องประชาชนต่างคาดหวัง หลังเลือกตั้งจะเห็นการฟื้นฟู ความขัดแย้งทางการเมืองที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน แต่เห็นว่าหลังเลือกตั้งก็ยังมีสถานการณ์นิติสงครามมาอย่างต่อเนื่อง สิทธิเสรีภาพประชาชน มีสัญญาณถูกคุกคาม แทรกแซง พี่น้องประชาชนคาดหวังเห็นการฟื้นฟูแก้ไขกระบวนการยุติธรรม แต่ที่เกิดขึ้นจริง เรากลับเห็นระบบตำรวจที่ขัดแย้งมากที่สุด ความเสมอภาคเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรมถูกเซาะกร่อนทำลาย ท่านไม่ต้องพูด "ถ้าไม่ชอบกัน ก็ต่างคนต่างอยู่" เพราะพี่น้องประชาชน อยากอยู่ในระบบเดียวกัน ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน เสนอหน้า กฎหมายฉบับเดียวกัน
"ประชาชนคาดหวังได้ประชาธิปไตย แต่กลับเป็นประชาธิปไตยแบบไหลย้อนกลับ ที่ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองลุแก่อำนาจ ได้คืบเอาศอก พยายามให้เศรษฐกิจอยู่ในชนชั้นนำเพียงไม่กี่กลุ่ม เราเจอกับการเมืองที่พยายามทำลายสิ่งใหม่เพื่อรักษาสิ่งเก่า สภาวะที่ผ่านมา ทำให้เราตกอยู่กับสถานภาพการเมือง ที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้" นายชัยธวัช กล่าว