“ศิริกัญญา” เผยธีม “รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน” แนะ อย่ามีอคติกับฝ่ายค้าน ย้ำ เรื่อง “ทักษิณ” จำเป็นต้องพูด เพราะเกี่ยวเนื่องกระบวนการยุติธรรม แซวนายกฯ ชกกระสอบทรายตัดไม้ข่มนาม หลังอภิปรายพร้อมยื่น ป.ป.ช. 

วันที่ 31 มีนาคม 2567 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยชื่อธีมที่จะใช้ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันที่ 3-4 เมษายน 2567 ว่า ธีมคือ “รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน” ส่วนจำนวนขุนพล สส.พรรคก้าวไกล มีแน่ๆ 34 คนชัวร์ แต่อาจจะเพิ่มเป็น 35 คน กำลังคัดเลือกจากข้อมูลใหม่ที่เข้ามาเพิ่มทุกๆ วัน เพื่อความสดใหม่ในการอภิปราย แม้รอบนี้คนอภิปรายเยอะก็จริง แต่จะไม่พูดยืดเยื้อเป็นชั่วโมง เน้นสั้น กระชับ ตรงประเด็น เข้าเรื่องเร็ว ดึงดูดประชาชนที่เข้ามาฟัง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ สส.พรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาพูดทำนองตีตนไปก่อนไข้ และเตรียมรับมือฝ่ายค้านถล่มกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไว้แล้ว ว่า ใช้คำนี้ได้เลย ว่าตีตนไปก่อนไข้ เราไม่ปฏิเสธว่าเรื่อง นายทักษิณ เป็นหนึ่งในหัวข้ออภิปราย เพราะปัญหากระบวนการยุติธรรมที่กำลังสร้าง 2 มาตรฐาน ไม่ทำให้ผู้คนได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอหน้ากัน ต้องยกตัวอย่างกรณี นายทักษิณ ขึ้นมาแน่นอน ทว่ามันไม่ควรเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญอันดับหนึ่ง ที่รัฐบาลเตรียมข้อมูลมาตอบโต้ฝ่ายค้าน ควรไปเตรียมทุ่มเททรัพยากรกับการชี้แจงผลงานดีกว่า อะไรทำแล้วไม่เข้าเป้าบ้าง

เมื่อถามว่า มีข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะยื่นต่อองค์กรอิสระตรวจสอบหลังจบการอภิปรายรอบนี้ เหมือนกับที่เคยทำกับรัฐบาลก่อน จนคดีส่งผลกับอดีตรัฐมนตรีบางคนอีกหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า มียื่น โดยมีบางเรื่องจะขยายผลต่อ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นองค์กรที่เรามีข้อมูลจะไปยื่นมากที่สุด แต่ความเชื่อมโยงที่จะไปถึงตัวรัฐมนตรี อาจจะยังไม่ถึง เพราะถ้าถึงรอบนี้คงจะอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว โดยมีเคสของการทุจริต ประพฤติมิชอบจริงๆ แต่อาจโฟกัสไปที่ตัวข้าราชการ จี้ให้รัฐบาลที่ยังไม่ให้ความสำคัญ หรือปล่อยปละละเลย จนอาจจะถูกตีความได้ว่าสมรู้ร่วมคิด เราจะดำเนินการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ในช่วงหลังจบการอภิปรายตามมาตรา 152 มีหลายเรื่องที่เราต้องยื่นองค์กรอิสระแน่นอน ตอนนี้ข้อมูลค่อนข้างพร้อมแล้ว แต่คงจะต้องขออุบไว้เป็นความลับก่อน เก็บสะสมข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อการมัดตัวที่แน่นหนาขึ้นในอนาคต ถ้าหากยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาพวกนี้อย่างจริงจัง

...

ขณะเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ยังฝากไปถึงรัฐบาลว่า อย่ามีอคติกับฝ่ายค้าน การอภิปรายทั่วไปคือการตั้งคำถาม เรามาพร้อมกับข้อเสนอเเนะเพื่อปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้รัฐบาลได้เปิดใจ อย่าตั้งแง่ ตั้งป้อม คอยปกป้องคุ้มครองคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษแบบนั้น เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ และยังมีเรื่องที่ทุกวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เช่น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีแถลงข่าวติดๆ กันช่วงที่ผ่านมา เป็นการแถลงที่สูญเปล่า แทบไม่รู้อะไรเพิ่มเติมเลย นอกจากว่าไทม์ไลน์ถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ และไม่มีการออก พ.ร.บ.เงินกู้ จึงควรเอาเวลานี้มาเตรียมคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชน น่าจะเหมาะสมกว่าการที่ไปตั้งป้อมปกป้อง นายทักษิณ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี ในคลิปชกกระสอบทรายริมทะเล ในขณะที่ สส. และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดถึงแผนปกป้อง นายทักษิณ แต่ไม่พูดถึงแผนปกป้อง นายเศรษฐา นั้น น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า คงจะเป็นการตัดไม้ข่มนาม เพื่อทำให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ นายเศรษฐา ต้องเป็นกังวล แต่ที่ตนเห็นก่อนหน้านี้พอโดนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซักฟอก อาจเป็นที่มาการแถลงข่าวเรื่องผลงานรัฐบาล รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต ทำให้รู้สึกเอ๊ะ กลัวเหมือนที่ผ่านมาจะรู้สึกไม่ได้ทำอะไรหรือเปล่า เลยออกมาขยันแถลงในช่วงนี้ ส่วนเรื่องออกมาชกเป้าโชว์ของนายกรัฐมนตรี ตนเองไม่มีคอมเมนต์แล้วกัน