“ธนกร” ขอบคุณสภาทยอยโหวตผ่านวาระ 2 ร่างงบประมาณ 67 เชื่อดันวาระ 3 ผ่านฉลุย มั่นใจ เบิกจ่ายงบช่วยประชาชนทันทีใน เม.ย.นี้ ติงฝ่ายค้านโดยเฉพาะ “ก้าวไกล” อย่าใช้อคติส่วนตัวอภิปรายโจมตีด้อยค่ารัฐบาล

วันที่ 22 มีนาคม 2567 นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระที่ 2 โดยผ่านการพิจารณาของสมาชิกเกือบทุกมาตราแล้ว และเตรียมพิจารณาลงมติวาระที่ 3 ต่อในวันนี้ทันที เชื่อว่าจะราบรื่นไม่มีปัญหา ทั้งวาระ 2 และวาระ 3 จึงต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ร่วมแปรญัตติชี้แนะในประเด็นต่างๆ อย่างรอบด้าน รอบคอบ 

อีกทั้ง เชื่อว่าทุกคนยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และในวาระ 3 ก็เชื่อว่าจะผ่านการพิจารณาลงมติในวันนี้อย่างราบรื่น เพื่อสามารถเบิกจ่ายงบประมาณลงไปดำเนินการโครงการต่างๆ ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ได้ทันที บรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วผ่านหน่วยงาน ทุกกระทรวง และมีการเตรียมตั้งเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ไว้รอแล้ว เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ไม่ล่าช้า

ขณะเดียวกัน นายธนกร ยังมองด้วยว่า การตรวจสอบการตั้งงบประมาณ และการใช้งบประมาณให้เกิดความโปร่งใส เหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์นั้น เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านโดยตรง ซึ่งก็ทำได้ดี แต่ส่วนใหญ่พรรคก้าวไกลขอตัดลดงบประมาณในเกือบทุกกระทรวง ซึ่งจากการแปรญัติและอภิปรายของสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่หลายมาตราอภิปรายว่าเห็นด้วยที่ไม่ควรลดงบประมาณ แต่ช่วงสุดท้ายกลับเสนอตัดงบประมาณจำนวนมาก จึงมองว่าเป็นการใช้เวทีสภาพูดโจมตีฝั่งรัฐบาลโดยไม่มีข้อมูลจริง 

...

นายธนกร ยกตัวอย่างคำพูดที่ย้อนแย้งในการเสนอตัดงบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข ที่มีการตั้งงบประมาณเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออุบัติใหม่, การสร้างตึก, การซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และเรื่องของการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจะต้องมีการวางแผนในระยะยาว รวมถึงงบประมาณเกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ถูกอภิปรายว่าตั้งงบประมาณไปใช้แค่การจัดอบรมสัมมนานั้น เนื่องจากจะต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เดินหน้าโครงการ อุตสาหกรรมฮาลาล ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ได้ใช้แค่การจัดอบรมเท่านั้น จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีและเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการด้วย จึงจะครบทุกมิติ

“ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ควรใช้เวทีสภาเสนอแนะหากมีข้อมูลในการจัดทำงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพในแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่สร้างดราม่า ปั้นวาทกรรมเหน็บแนม ไม่เหมาะสม เหมือนไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร เพียงเพราะแค่อยากโจมตีด้อยค่ารัฐบาล หวังผลทางการเมืองเท่านั้น มองว่าไม่ควรใช้อคติส่วนตัว ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวในการอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณ ควรใช้เวลาสภาอย่างคุ้มค่าและสร้างสรรค์ ตรงประเด็น เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้”