นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในการประชุม Summit for Democracy ย้ำจุดยืนไทยมุ่งสู่การขับเคลื่อนประชาธิปไตยที่เป็นหนึ่งเดียวและเป็นสากล ตามหลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วม หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน อย่างต่อเนื่อง 

วันที่ 20 มีนาคม 2567 เมื่อเวลา 09.27 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโซล ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ครั้งที่ 3 (The 3rd Summit for Democracy) ภายใต้หัวข้อหลัก Democracy for Future Generations ในรูปแบบการบันทึกวีดิทัศน์ ตามคำเชิญของ นายยุน ซอก ยอล (H.E. Mr. Yoon Suk Yeol) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี โดย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นตัวแทนของประเทศ ร่วมงานการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทย เป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำค่านิยมประชาธิปไตย รัฐบาลไทยมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ 

ทุกวันนี้ประชาธิปไตยเผชิญหน้ากับความท้าทาย ความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มมากขึ้น และผลจากโซเชียลที่ทำให้เกิดความแตกแยก โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความท้าทายเหล่านี้

1. ประชาธิปไตยภายใต้หลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของพลเมือง สังคมที่มีส่วนร่วม หลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จ ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนในหลากหลายมิติ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม พร้อมทั้งยอมรับความท้าทายและข้อจำกัดในอดีต ซึ่งรัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิดังกล่าว ด้วยการต่อยอดความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า Universal Health Coverage” และ “การศึกษาสำหรับทุกคน Education for All” ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีภาคภูมิใจกับความคืบหน้าของ “ร่างกฎหมายความเท่าเทียมในการแต่งงาน” โดยกล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้จะช่วยผสานความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคทางสังคมในไทยมากขึ้น

...

2. ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการต่อเนื่อง มิใช่จุดหมายปลายทาง (democracy is an ongoing process, not a final destination) การมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต้องใช้ความพยายามและการบำรุงเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มความคาดหวังของประชาชน อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศที่เคยเผชิญบาดแผลทางประชาธิปไตย การจัดการกับความคาดหวังของสาธารณชนและการบำรุงเลี้ยงประชาธิปไตย ถือเป็นความพยายามที่ต้องใช้ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่

3. ประชาธิปไตยที่ใช้ในที่หนึ่งอาจจะไม่ได้เหมาะกับการใช้ในทุกที่ แต่ส่วนสำคัญ คือ หลักการประชาธิปไตยต้องเป็นหนึ่งเดียวและเป็นสากล เราเชื่อในคุณค่าของประชาธิปไตย แต่ทั่วโลกมีประชาธิปไตยและระบบการเมืองที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ทุกคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน ซึ่งเป็นความท้าทายระหว่างรุ่น ครอบคลุมตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความแตกแยกทางดิจิทัล นายกรัฐมนตรีจึงเห็นว่าสิ่งที่ทั่วโลกต้องการในขณะนี้คือความร่วมมือระหว่างประเทศ ความร่วมมือพหุภาคี และความร่วมมือด้านมนุษยธรรมที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้นำต้องรับฟังและเคารพเจตจำนงของประชาชน รวมถึงต้องฟังจากเยาวชนมากขึ้น เพราะนั่นคือวิธีที่รับประกันได้ว่าประชาธิปไตยจะเติบโตต่อไป และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาของคนรุ่นต่อไปในอนาคต

อนึ่ง การประชุม Summit for Democracy จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2567 โดยจัดขึ้นใน 3 ระดับ ได้แก่ 1. ระดับผู้นำผ่านระบบการประชุมทางไกล หรือกล่าวถ้อยแถลงในรูปแบบการบันทึกวีดิทัศน์ 2. ระดับรัฐมนตรี ในหัวข้อปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัล แบบ In-person และ 3. การประชุมของภาคประชาสังคมและเยาวชนในรูปแบบ In-person