“ชัยธวัช” ผู้นำฝ่ายค้าน นำ 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายรัฐบาลเศรษฐาแบบไม่มีการลงมติ ตาม ม.152 "วันนอร์" คาดต้น เม.ย. ชูชำแหละรัฐล้มเหลว ไร้สัจจะ ชี้ ครม.ละเลยให้มาเฟีย-ข้าราชการ หาประโยชน์คอร์รัปชัน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มี.ค. 2567 ที่บริเวณโถงทางเข้าอาคารพระสุริยันต์ รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนสมาชิก 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดย นายวันนอร์ กล่าวว่า ตนจะนำรายชื่อและญัตติให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง ระหว่างนี้ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านจะหารือถึงวันและเวลาที่ชัดเจน เพื่อกำหนดวันอภิปรายต่อไป ทั้งนี้สภามีเวลาจำกัดเนื่องจากจะมีการประชุมถึง 9 เม.ย.นี้ จึงคาดว่า เบื้องต้นน่าจะมีการอภิปรายในช่วงต้นเดือน เม.ย. ส่วนจะกี่วันขึ้นอยู่กับการรือของวิปทั้งสองฝ่าย โดยต้องพิจารณาเนื้อหาสาระของญัตติที่อภิปรายเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชน เท่าที่ทราบรัฐบาลก็อยากให้เกิดขึ้นช่วงต้นเดือน เม.ย. ก่อนจะปิดสมัยประชุมสภานี้ ซึ่งรัฐบาลเองก็พร้อมที่จะมาตอบวุฒิสภาอยู่แล้ว
ด้านนายชัยธวัช หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้พวกเราพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 5 พรรค ได้ยื่นญัตติขออภิปรายตาม มาตรา 152 แก่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเนื้อหาของญัตติดังนี้ คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดินมาเป็นเวลากว่าหกเดือนแล้ว แต่มิได้ดำเนินการ หรือปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประชาชนไม่จริงใจ ไม่ตั้งใจเพิกเฉยต่อคำแถลงนโยบายของตนที่ได้ให้ไว้ต่อรัฐสภา ขาดประสิทธิภาพ หรือความชัดเจนแน่นอน ยังไม่ได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย หรือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายเร่งด่วนสวนทางกับความเป็นจริงการดำเนินการของรัฐบาลตามนโยบายเร่งด่วนที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินในภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความเห็นที่ต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ล้วนขาดยุทธศาสตร์ และการปฏิบัติที่ตรงเป้าหมาย
“นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ยังมีพฤติกรรมที่ทำลายความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ ปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเอารัดเอาเปรียบประชาชน ระบบราชการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือเกิดการคอรืรัปชันเชิงนโยบาย แทนที่จะเร่งฟื้นฟูหลักนิติรัฐนิติธรรม กลับเกิดการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ทำลายหลักความเสมอภาคเท่าเทียมทางกฎหมาย และการไม่จริงใจต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การลดความเหลื่อมล้ำ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การปฏิรูปกองทัพ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาการศึกษา และปัญหาสิ่งแวดล้อม การดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มีความผิดพลาด ไร้ความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์ การดำเนินนโยบายต่างประเทศยังไม่สามารถฟื้นฟูบทบาทสำคัญของประเทศไทยในเวทีโลกได้” นายชัยธวัช กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวต่อว่า หากปล่อยปละละเลยให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ ไร้เป้าหมาย ไร้จริยธรรม และไร้วุฒิภาวะต่อไป จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
จากสถานการณ์ที่กล่าวถึงข้างต้นจึงจำเป็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย จะได้นำเสนอสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ และซักถามข้อเท็จจริงต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ดังนั้นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง และเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152.


