"กรรมาธิการการต่างประเทศ" เสนอผู้เกี่ยวข้องเร่งสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง "กรุงเทพฯ-หนองคาย" เพื่อเชื่อมกับรถไฟ "จีน ลาว ไทย" ชี้ ยิ่งช้ายิ่งเสียโอกาส
วันที่ 10 มี.ค. 67 นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวว่า กมธ.ต่างประเทศ ได้ศึกษาและติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ที่จะเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟจีน ลาว ไทย เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศ รวมถึงขยายตลาดการส่งออกสินค้าไทย เพิ่มนักท่องเที่ยว โดยได้เชิญผู้แทนกระทรวงคมนาคม การรถไฟฯ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์มาให้ข้อมูล ซึ่งคณะ กมธ.มีความเห็นในเบื้องต้นว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ตั้งเป้าให้เสร็จภายในปี 2571 แต่ขณะนี้ปี 2567 ได้ก่อสร้างเสร็จไปเพียง 14.5 กิโลเมตรเท่านั้นส่วนระบบรางช่วงนครราชสีมา-หนองคายตั้งเป้าไว้ที่จะสร้างให้เสร็จในปี 2573 กมธ.ไม่แน่ใจว่าจะเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ และนอกจากนั้น กมธ.เห็นว่ารัฐบาลควรต้องสังคายนาและวางแผนการก่อสร้าง รวมทั้งการบริหารสัญญาใหม่เพื่อให้มีความกระชับ และทำให้มั่นใจได้ว่าจะสร้างให้เสร็จโดยเร็วตามกำหนด เพื่อเชื่อมระบบโลจิสติกส์ของไทยเข้ากับลาวโดยเร็ว รวมทั้งไทยควรเร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง หนองคายแห่งที่ 2 ให้เสร็จโดยเร็วด้วย
...
"คณะกรรมาธิการการต่างประเทศเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยที่จะเชื่อมไปยังลาวและจีนนั้นเป็นระบบโลจิสติกส์ทางรางที่สำคัญ จะเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศ จะสร้างโอกาสในทางเศรษฐกิจแก่สินค้าของไทยเพื่อเข้าสู่ตลาดในประเทศจีนตอนใต้โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง เช่น ทุเรียน มังคุด มะม่วง แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็ต้องเตรียมมาตรการรองรับการหลั่งไหลของสินค้ามาไทยด้วย ซึ่งในเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติในทางการค้าระหว่างประเทศที่มีทั้งการทั้งนำเข้าและส่งออก และผู้ประกอบการไทยจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง กมธ.ไม่อยากเห็นความล่าช้าในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเหมือนสร้างถนนพระราม 2 และจะติดตามความคืบหน้าของโครงการต่อไป" นายนพดล กล่าว.