โต้กันเดือดกลางสภาฯ “ปดิพัทธ์” ปัดบุกทำเนียบฯ ให้เลขาฯ ประสานตำรวจ ก่อนไปแล้ว ไม่ได้ล้ำเส้นนายกฯ ด้าน “ครูมานิตย์” ซัดกลับคนประท้วง “นั่งเถอะไอ้หนู” เจอ “รังสิมันต์ โรม” ตอกกลับ ไม่เคารพกัน ต้องถอนคำพูด ชี้จะเป็น สส.กี่สมัยเราก็เท่ากัน
วันที่ 6 มีนาคม 2567 เมื่อเวลา 15.53 น. ที่อาคารรัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวชี้แจงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังถูกอภิปรายพาดพิงถึงการเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายการเงินและสาเหตุที่รัฐมนตรีเหตุใดไม่ยอมมาตอบกระทู้ถามสด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้บุกไปที่ทำเนียบรัฐบาล บุกเป็นคำที่สื่อมวลชนใช้เอง เพราะตนเองทำเรื่องขอเข้าพบ พร้อมโชว์หนังสือขออนุญาตถามรายละเอียดเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน ที่ทำหนังสือไปตั้งแต่ 19 มกราคม 2567 เพราะอยากทราบว่าสภาฯ จะสามารถพิจารณาได้กี่ฉบับ จึงต้องถามสถานะกฎหมายไปทั้งหมด 35 ร่าง ต่อมาจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหนังสือกลับมาว่ากำลังรอความเห็นของหน่วยงานอยู่ในวันที่ 26 มกราคม 2567 จากนั้น 31 มกราคม 2567 ทางสภาจึงทำหนังสือไปอีกรอบเพื่อขอทราบรายละเอียด ต่อมา 7 กุมภาพันธ์ 2567 ตนเองได้ทำหนังสือขอเข้าเยี่ยมชมและศึกษาขั้นตอน ทำให้มีหนังสือตอบกลับมาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการอธิบายกรอบกว้างๆ ตนเองจึงทำหนังสือส่งไปอีกรอบในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อต้องการขอเข้าเยี่ยมชมเพื่อความโปร่งใส แต่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ส่งหนังสือกลับมาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ในทำนองว่าไม่ต้องเดินทางไป เพราะจะมาชี้แจงเอง แต่ตนเองมองว่าต้องปกป้องเพื่อนสมาชิก เพราะร่างกฎหมายเป็นของหลายพรรคการเมือง จึงทำให้ตนเองตัดสินใจเดินทางไปที่ทำเนียบ โดยให้เลขาฯ และตำรวจประสานงานกันก่อนในช่วงเช้า โดยทางตำรวจรับทราบแล้วและจะมีคนมาต้อนรับตนเองว่ามีใครและตำแหน่งอะไรบ้าง
...
“แต่พอไปถึงสถานที่จริง ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างที่ประสานงานไว้ เพราะฉะนั้น ภาพอาจจะดูทุลักทุเลไปสักนิดนึง แต่ผมยืนยันว่าเป็นการเข้าพบโดยกระบวนการที่ถูกต้อง และมีการประสานงานล่วงหน้า ไม่ได้เป็นการบุก ไม่ได้เข้าไปก้าวล่วง หรือล้ำเข้าไปในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี จึงอยากเรียนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง กับสมาชิกดังนี้ครับ” นายปดิพัทธ์ กล่าว
ทำให้นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกกล่าวอภิปรายว่า ไม่เคยออกมาก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของนายปดิพัทธ์ เพราะตนเองก็เป็น 1 เสียงที่เป็นโหวตเตอร์ให้นายปดิพัทธ์ มาทำหน้าที่รองประธานสภาฯ แต่หากพูดถึงเรื่องความโปร่งใส อยากถามว่าการจัดกิจกรรมในสภาฯ ของนายปดิพัทธ์ นำใครมาเป็นวิทยากร นายปดิพัทธ์ จึงกล่าวแย้งว่าขอให้อยู่ในเรื่องที่หารือก่อน และขอให้อยู่ในประเด็นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นายครูมานิตย์ จึงถามว่า การที่นายปดิพัทธ์ไปทำเนียบฯ เป็นหน้าที่ตามข้อบังคับใด และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายหรือไม่ ตนเองจึงอยากทราบเจตนา อีกทั้งไม่เชื่อว่ารองประธานสภาฯ จะไม่อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ โดยเฉพาะ ม.133 ที่กำหนดไว้ชัดเจน ว่าคนที่จะบังคับใช้กฎหมายคือคณะรัฐมนตรี และคนที่รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรี ทำให้มี สส.พรรคก้าวไกลประท้วง แต่นายปดิพัทธ์ ขออย่าประท้วง ทำให้นายครูมานิตย์ กล่าวว่า “อย่าประท้วงเลย เอาความจริงมาพูด นั่งเถอะไอ้หนู นั่งเถอะๆ”
แต่นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ขอประท้วงให้นายปดิพัทธ์ควบคุมการประชุม และให้อยู่ในร่างกฎหมายที่สภาฯ กำลังอภิปรายกันอยู่ เพราะเมื่อสักครู่นายครูมานิตย์ ได้พาดพิงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ขึ้นถึงคำว่า ไอ้ จึงอยากจะให้ถอนเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการไม่สมควร
ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ขอลุกอภิปรายว่า ในฐานะที่ตนเป็น สส.ด้วย และเคยเป็นฝ่ายบริหารด้วย ทั้งยังเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาหลายสมัย ขอเรียนว่า เราแยกหน้าที่กันเด็ดขาด ระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ เหตุผลที่ต้องให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณาออกกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพราะหลายกฎหมายไปออกกฎหมายในหน่วยงานตนเอง ทำให้เม็ดเงินออกนอกงบประมาณจำนวนมาก ทำให้เงินที่จะมาอัดฉีดในระบบหายไป “เราอยู่ในระบบนิติบัญญัติขอให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อะไรที่เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีอย่าไปยุ่ง เพราะเป็นอำนาจฝ่ายบริหารในการเห็นสมควร จึงขออย่าไปก้าวก่าย”
ต่อมานายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกประท้วง ต้องการให้นายปดิพัทธ์ควบการการประชุม เพื่อไม่ให้ใช้สภาฯ แห่งนี้มาบอกว่าใครอยู่มานานเพื่อใช้อำนาจในการลุกอภิปราย แล้วคนอื่นที่อยู่ใหม่ ไม่มีสิทธิจะพูด แบบนี้ไม่ถูกต้อง
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวโต้ตอบนายครูมานิตย์ ว่า เป็น สส.หลายสมัย ใช้คำว่า ไอ้หนู กับเพื่อนสมาชิกในห้องนี้ได้อย่างไร เพราะตนเองก็ให้ความเคารพนายครูมานิตย์มานาน แต่การใช้คำว่าไอ้หนูแบบนี้ถือว่าไม่เคารพกัน
“จะ สส. 1 สมัย 5 สมัย 10 สมัย เราเท่ากัน จะมาใช้คำพูดหยาบคายแบบนี้เพื่อด้อยค่าเรื่องของคุณวุฒินั้นไม่ได้ จึงขอให้ประธานสั่งในนายครูมานิตย์ถอนคำพูด เข้าใจข้อกล่าวหาที่ท่านประธานถูกกล่าวหานั้นรุนแรงต้องมีสิทธิอธิบาย แต่การปล่อยให้เพื่อนสมาชิกใช้คำพูดแบบนี้เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ และไม่เคารพกัน ถ้าท่านจะทำหน้าที่กันแบบนี้มันเกินไปแล้ว” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายปดิพัทธ์ จึงสั่งให้นายครูมานิตย์ ถอนคำพูด โดยนายครูมานิตย์ กล่าวว่า ผมรอที่จะถอนคำพูดมานานแล้วครับ “ขออภัยจริงๆ ครับ ถอนครับ”
ต่อมานายปดิพัทธ์ จึงขอกล่าวชี้แจงถึงเรื่องการเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลว่า ตนเองไม่ได้บุกไปทำเนียบและไม่ได้ไปกดดันให้เซ็นเอกสาร แต่เป็นการติดตามความคืบหน้าการให้ความเห็นของหน่วยงาน เพราะไม่มีอำนาจในการกดดันนายกฯ ที่จะพิจารณาหรือไม่พิจารณาร่างกฎหมาย แต่ตนเองไปขอดูความคืบหน้าของหน่วยงาน และต้องการทราบความคืบหน้าในการตรากฎหมาย โดยตนเองทำตามข้อบังคับ ข้อที่ 8 และข้อที่ 9 (2) ในเรื่องกำกับการดูแลงานของสภา เพื่อให้กฎหมายของทุกฝ่ายได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกัน