พรรคไทยสร้างไทย เข้าให้ข้อมูลกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาฯ ปม กทม. ปล่อยป้ายโฆษณาเถื่อนเกลื่อนพื้นที่ พบปล่อยเอกชนเช่าช่วงป้ายต่อ อาจทำ กทม. เสียหายถึง 2.8 หมื่นล้านบาท เตรียมร้องศาลปกครองตรวจสอบ

วันที่ 6 มีนาคม 2567 นายนรุตม์ชัย บุนนาค, นายศรัณยู คงสวัสดิ์เกียรติ และ นายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช คณะทำงานด้านการติดตามการทุจริตกรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทยในฐานะผู้ร้อง เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ข้อมูล กรณีขอให้ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร และการทำสัญญาให้สิทธิ์ในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ระหว่างกรุงเทพมหานครและเอกชน ซึ่งพบข้อมูลที่เชื่อได้ว่ากรุงเทพมหานคร อาจได้รับความเสียหายจากการทำสัญญา โดยเฉพาะการปล่อยให้เอกชนเช่าช่วงป้ายโฆษณาต่อ

นายนรุตม์ชัย ให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ ว่า จากการตรวจสอบพบป้ายลักษณะนี้อยู่กว่า 1,000 ป้ายทั่วพื้นที่ กทม. โดย กทม. ได้รับค่าเช่าป้ายโฆษณา 2,540 บาทต่อป้ายต่อเดือน ขณะที่เอกชนนำไปปล่อยเช่าช่วงในอัตราหลักแสนบาทต่อป้ายต่อเดือน เมื่อคำนวณระยะเวลา 10 ปี ในอัตราค่าเช่า 200,000 บาทต่อป้ายต่อเดือน จำนวนกว่า 1,000 ป้าย ระยะเวลา 10 ปี อาจเกิดความเสียหายต่อ กทม. สูงถึง 28,000 ล้านบาท แต่ กทม. ได้รับค่าเช่าเพียง 356 ล้านบาท หรือราวปีละ 35.6 ล้านบาทเท่านั้น 

กรณีดังกล่าวเป็นที่มาของการร้องคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ ว่าฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร และสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. กระทำผิดต่อกฎหมายโดยเจตนาเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน นับตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันหรือไม่ ขณะเดียวกัน ป้ายโฆษณาเหล่านี้จำนวนมากถูกติดตั้งแบบผิดกฎหมาย กีดขวางการสัญจรของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบนพื้นที่ทางเท้า และเกาะกลางถนน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการใช้ทางเท้าของประชาชน

...

ทั้งนี้ หลังให้ข้อมูล คณะกรรมาธิการได้ซักถามผู้ถูกร้องในประเด็นการทำสัญญาของ กทม. ที่อาจเสียเปรียบเอกชน โดยเฉพาะข้อเท็จจริงทราบว่า มีการปล่อยเช่าช่วง โดย กทม. ยอมรับว่าสัญญาในลักษณะให้สิทธิ์เอกชนนั้น สามารถเข้ามาซื้อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ บนพื้นที่ป้ายโฆษณาที่ กทม. เป็นผู้ให้สิทธิ์ได้ โดยเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่ามีการปล่อยให้เอกชนรายอื่นเข้ามาเช่าช่วงต่อ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. มีความสงสัยในเรื่องนี้ เพราะอาจทำให้ กทม. เกิดความเสียหาย 

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้แนะนำให้ผู้ร้องจากพรรคไทยสร้างไทย นำเรื่องไปร้องต่อที่ศาลปกครอง ในคดีที่ กทม. อาจได้รับความเสียหายหรือมีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย และไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าว โดยเฉพาะการปล่อยให้มีการติดตั้งป้ายโฆษณาเถื่อน เป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนในการใช้เส้นทางสัญจร หรือทางเท้าด้วยหรือไม่ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยจะดำเนินการตรวจสอบจนได้ข้อยุติต่อไป.