เทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ปชป. ฟันธง "ยิ่งลักษณ์" กลับไทย หลัง 22 ส.ค. 2567 เหตุทักษิณ พ้นโทษ จำคุก 1 ปี พอดี ชี้ จะต้องไม่ถูกจำคุกแม้แต่วันเดียว เหมือน "พี่ชาย" แต่จะใช้แนวทางไหนต้องจับตา

วันที่ 5 มี.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เทพไท-คุยการเมือง เรื่อง "คุณยิ่งลักษณ์ กลับไทย หลัง 22 ส.ค. 67" ระบุว่า หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 พิพากษายกฟ้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวก รวม 6 คน ในข้อกล่าวหาเอื้อประโยชน์ในการจัดจ้าง Road Show โครงการ 'สร้างอนาคตไทย Thailand 2020' พร้อมสั่งเพิกถอนหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น เป็นสัญญาณชัดเจนว่า คุณยิ่งลักษณ์ จะเดินทางกลับประเทศไทย ตามแนวทางเดียวกับ คุณทักษิณ ที่ได้นำร่องมาล่วงหน้าแล้ว ซึ่งทำได้ไม่ยาก ถ้าเปรียบเทียบโทษระหว่างของ คุณทักษิณ กับ คุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งแตกต่างกันครึ่งต่อครึ่ง

คุณทักษิณ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสิน 3 คดี รวมโทษ 10 ปี และศาลฎีกาฯ มีคำสั่งนับโทษสุทธิเหลือ 8 ปี ในขณะที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกศาลตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ในคดีจำนำข้าว เมื่อ คุณทักษิณ ได้รับโทษจริงเพียง 1 ปี จะต้องลุ้นต่อไปว่า คุณยิ่งลักษณ์ จะรับโทษจำคุกจริงกี่ปี ตอน คุณทักษิณ ไม่เคยเข้าเรือนจำแม้แต่วันเดียว คุณยิ่งลักษณ์ ก็ต้องมีหนทางไม่ต้องเข้าเรือนจำแม้แต่วันเดียวเช่นกัน

ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้ คุณทักษิณ ได้ออกมาพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว ยิ่งเป็นการสะดวกในการสั่งการ และเตรียมการต้อนรับการกลับมาประเทศไทยของ คุณยิ่งลักษณ์ แต่ถ้าหากให้สะดวกและราบรื่นที่สุด คุณยิ่งลักษณ์ น่าจะกลับมาหลังจาก คุณทักษิณ พ้นโทษแล้ว คือหลังวันที่ 22 สิงหาคม 2567 เพราะจะทำให้ คุณทักษิณ มีความคล่องตัว และสะดวกในการประสานงาน สั่งการ และเรียกบุคคลหนึ่งบุคคลใดมาพบ เพื่อจัดทำกฎระเบียบรองรับ คุณยิ่งลักษณ์ จะได้ไม่ตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนและสังคมที่กำลังจับตาอย่างไม่กะพริบ

...

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูบริบททั้งหมดแล้ว ฟันธงได้เลยว่า คุณยิ่งลักษณ์ กลับประเทศไทย หลังวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ทิ้งช่วงไว้สักระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป และจะไม่ถูกจำคุกแม้แต่วันเดียว แต่จะใช้แนวทางไหนอย่างไร ต้องจับตาดูกันต่อไป