“อัครแสนคีรี” ขอ กระทรวงท่องเที่ยวฯ เร่งสนับสนุนและประชาสัมพันธ์งาน “หาบน้ำเขื่อน ฮดธาตุ” จ.ชัยภูมิ หนุนขึ้นซอฟต์พาวเวอร์ ประจำจังหวัด รับสงกรานต์หยุดยาว เชื่อสร้างรายได้หมุนเวียนเกือบ 40 ล้านบาท
วันที่ 29 ก.พ. 2567 นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจ.ชัยภูมิ ผ่านการจัดประเพณีอัตลักษณ์ท้องถิ่นว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีอย่างหนึ่ง และพัฒนาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของจ.ชัยภูมิ หลังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้เร่งโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรอง และได้มีมติ ครม.ให้วันที่ 12 เม.ย.เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมอีก 1 วัน
“ผมจึงอยากให้จ.ชัยภูมิได้รับประโยชน์ จากเม็ดเงินที่จะมีการใช้จ่ายในช่วงฤดูสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ทราบว่าปีนี้จะมีการจัดประเพณี “หาบน้ำเขื่อน ฮดธาตุ” ที่วัดพระธาตุชัยภูมิ ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ ซึ่งจะมีการนำน้ำจากเขื่อนลำปะทาว ขึ้นมาปลุกเสกและนำไปรดที่พระธาตุจ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นการรังสรรค์ประเพณีใหม่ขึ้นมา ผมมองว่าเป็นการสนับสนุนให้เกิดซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบใหม่ของจ.ชัยภูมิ ซึ่งเห็นว่าได้รับผลตอบรับที่ดีมากในช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว” นายอัครแสนคีรี กล่าว
นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า ตนอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงาน ททท. ช่วยสนับสนุนเร่งประชาสัมพันธ์งานดังกล่าวให้จ.ชัยภูมิด้วย เพราะที่ผ่านมานั้น จ.ชัยภูมิถือเป็นจังหวัดที่มีประเพณีที่มีศักยภาพดึงดูดการท่องเที่ยวมหาศาล แต่ อัตลักษณ์ของเรายังไม่ได้ถูกชูขึ้นมาให้โดดเด่นดังเช่น จ.หนองคาย ที่มีประเพณีบุญบั้งไฟ หรือจ.อุบลราชธานี ที่มีประเพณีแห่เทียนพรรษา
...
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะมี นักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมประเพณีที่วัดพระธาตุชัยภูมิ ราววันละ 6,000 คน หากมีการใช้จ่าย หัวละ 1,000 บาท ก็จะมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในจ.ชัยภูมิเกือบ 40 ล้านบาท