"นายกฯ เศรษฐา" สวมชุดถิ่น "ศรีโคตรบูรณ์" ร่วมงานนมัสการ "พระธาตุพนม" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ยก "นครพนม" เป็น 1 ใน 10 จังหวัดนำร่อง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
วันที่ 17 ก.พ. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเป็นประธานในพิธีงานนมัสการพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ประจำปี 2567 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งถือเป็นงานบุญประเพณียิ่งใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน และจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมชุดศรีโคตรบูรณ์ ชุดประจำถิ่นอำเภอธาตุพนม ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมทอมือจากชาวบ้าน
ทันทีที่ นายกรัฐมนตรี เดินทางลงจากรถตู้ ทำให้ชาวบ้านนครพนมต่างโห่ร้อง แสดงอาการดีใจ และชูไม้ชูมือโบกมือทักทาย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะโบกมือกลับให้
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ถือขันหมากเบ็ง ไปวางเพื่อสักการะบริเวณวิหารหอพระแก้ว หน้าพระธาตุพนม พร้อมกราบสักการะพระธรรมวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม จ.นครพนม และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10
ก่อนที่จะเข้ากราบสักการะพร้อมสนทนาธรรม กับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
...
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานว่า จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ มีศักยภาพ ในการพัฒนาทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรมที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นข้อได้เปรียบในการพัฒนาจังหวัดให้ก้าวสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นประตูเศรษฐกิจสู่อนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง
รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการยกระดับเมือง และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมีจังหวัดนครพนมเป็น 1 ใน 10 จังหวัดนำร่อง
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการเร่งรัดการพัฒนาจังหวัดนครพนม และเพิ่มศักยภาพในการยกระดับเมืองรอง ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นยั่งยืน ใน 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มศักยภาพ การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ในทุกมิติ การสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี และการช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
งานประเพณีนมัสการพระธาตุพนมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจังหวัดนครพนมมีความพร้อมจะเป็นต้นแบบการยกระดับเมืองรองสู่เมืองหลัก เป็นเมืองที่น่ามาเยี่ยมชม มากราบนมัสการขอพรพระธาตุพนม ตลอดจนพระธาตุประจำวันเกิด พร้อมกับทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงาม มีอาหารอร่อย มีวัฒนธรรมที่งดงามเป็นอัตลักษณ์ของชนเผ่าที่สามารถพัฒนาต่อยอด และเชื่อมโยงให้เกิดการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ลั่นฆ้องชัยเปิดงานอย่างเป็นทางการ
หลังเสร็จพิธีทางศาสนา นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปกราบสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับมีการพูดคุยกันอยู่ช่วงหนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่านายกรัฐมนตรีได้พูดคุยอย่างอารมณ์ดี จากนั้นได้มานั่งกรวดน้ำรับพร
จากนั้นเจ้าวาดวัดพระธาตุพนม ได้นำนายกรัฐมนตรีเข้าไปสักการะองค์พระธาตุ พร้อมกับห่มผ้า ภายในพระธาตุพนม
สำหรับพิธีสำคัญที่สุดในการเปิดงานนมัสการพระธาตุพนมทุกปีจะอยู่ในช่วงเช้าคือพิธีอุ้ม “พระอุปคุต” ขึ้นจากใต้ลำน้ำโขง ซึ่งเป็นพิธีโบราณปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่เจ้าพญา 5 หัวเมืองร่วมกันสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรก บรรจุพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกพระพุทธเจ้า
เมื่อสร้างเสร็จก่อนจะเฉลิมฉลองจะต้องอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากใต้น้ำขึ้นมาปกปักรักษากำราบมารผีสางยักษ์ที่จะมาป่วนงานทั้ง 7 วัน 7 คืนให้ราบรื่นตามตำนานพระอุปคุต จะเป็นพระที่มีอิทธิฤทธิ์ที่สุด จำศีลอยู่ใต้บาดาลมหาสมุทร ทางวัดพระธาตุพนมจึงใช้แม่น้ำโขงประกอบพิธีโบราณนี้ขึ้นทุกปี