อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม สภาฯ ล้อมคอกเหตุ “โรงงานพลุระเบิด” ปรับปรุง พ.ร.บ. โรงงานอุตสาหกรรม คุม แหล่งผลิตพลุ และต้องมีการออกไปตรวจสอบการออกใบอนุญาตอย่างรัดกุม  

วันที่ 24 ม.ค.67 ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ กมธ.ร่วมแถลงผลการประชุมถึงกรณีเหตุโรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรีจนมีผู้เสียชีวิต 23 รายว่า กมธ.ฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้ประสบเหตุและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ กมธ.ฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร มาประชุมหารือเพื่อหามาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเข่นนี้ขึ้นอีก โดยพิจารณาทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งมีข้อสรุปเบื้องต้น 2 ประเด็น คือ 1.) ต้องมีการปรับปรุง พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้โรงงานผลิตพลุเข้ามาอยู่การควบคุมดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และมีกระบวนการเก็บวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และมีกระบวนการกำจัดกากอุตสาหกรรมจากโรงงานผลิตพลุอย่างมีมาตรฐาน และควรแก้ไข พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรมให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่ทำพลุครัวเรือนให้น้อยที่สุด ในส่วนชั้น กมธ.ฯ จะตั้งคณะทำงานแก้ไขร่าง พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรมเช่นกัน เพื่อนำอุตสาหกรรมการผลิตพลุเข้ามาสู่กระบวนดูแลควบคุมและตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

...

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า 2.) จากการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า กฎระเบียบที่มีอยู่ทั้งในส่วนของกรมอุตสาหกรรมทหาร ซึ่งมี พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน มี พ.ร.บ.ความปลอดภัยในการทำงานในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี ฝ่ายปกครอง มีการออกไปตรวจสอบและออกใบอนุญาต มีการออกกฎระเบียบที่ค่อนข้างรัดกุม หากสามารถทำได้ตามนี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์ระเบิดได้ โดย กมธ.ฯตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้ คาดว่า การไปตรวจโรงงานในช่วงที่โรงงานปิดไม่ได้ประกอบกิจการ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ได้เห็นความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสียหายได้ ซึ่ง กมธ.ฯ จะนำข้อมูลตรงนี้มาสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในลำดับถัดไป