“กัญจนา” นำทำบุญครบ 7 วัน โรงงานพลุระเบิด มูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา มอบครอบครัวละ 2 หมื่น ชี้ไม่อยากเห็นโศกนาฏกรรมแบบนี้อีก วอนดูแลความปลอดภัย อีก 8-9 โรงงานที่เหลือในสุพรรณบุรี
วันที่ 23 ม.ค. 2567 ที่ จ.สุพรรณบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา และคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิต ครบ 7 วัน เหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 ผู้แทนหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และครอบครัวผู้เสียชีวิต เข้าร่วมพิธี ที่บริเวณใกล้สถานที่เกิดเหตุ ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และภายหลังเสร็จพิธี น.ส.กัญจนา ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย ซึ่งญาติทุกคนยังอยู่ในความเศร้าโศก บางคนเล่าทั้งน้ำตาถึงความสูญเสีย และผลกระทบต่อครอบครัวที่ขาดเสาหลัก
อย่างไรก็ตาม น.ส.กัญจนา มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 20,000 บาท จากมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา อีกทั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาขาว มอบเงินบริจาคแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังได้นำคณะไปดูสถานที่เกิดเหตุ และร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าว
...
น.ส.กัญจนา กล่าวว่า วันนี้ครบ 7 วันของการเกิดเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย ใน 17 ครอบครัว สำหรับการทำบุญครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้งหมด และเพื่อเรียกขวัญคืนให้กับครอบครัวของผู้สูญเสีย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่แถบนี้ด้วย เพราะว่าตามศาสนาพุทธของเรา 7 วัน เป็นการทำบุญที่เหมาะสม โอกาสนี้ได้มอบเงินของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา ช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด 17 ครอบครัว ครอบครัวละ 20,000 บาท โดยวันนี้พระสงฆ์ได้ประพรมน้ำมนต์ พร้อมให้พรและให้ขวัญกำลังใจกับผู้ที่สูญเสีย เพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไป ในส่วนของกระทรวง พม. ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาอย่างเข้มแข็งตั้งแต่เมื่อวันที่เกิดเหตุวันแรกๆ ซึ่งเราจะมาดูว่าแต่ละครอบครัวได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง เพราะมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาให้การช่วยเหลือเยียวยา ทั้งเรื่องของการดำรงชีพ และทุนการศึกษาสำหรับครอบครัวที่ยังมีเด็กอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน เราจะมาดูว่าได้รับความช่วยเหลือตรงไหนบ้าง อย่างไรบ้าง เพื่อที่จะรู้ว่ามีจุดไหนที่ยังพร่องการช่วยเหลือ มูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จะมาช่วยเติมให้เต็ม และขอให้ความมั่นใจกับทางครอบครัวว่า สำหรับเด็ก เยาวชนที่ยังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน จะต้องได้เล่าเรียนจนอย่างน้อยที่สุดคือปริญญาตรี แม้จะสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปแล้วก็ตาม
น.ส.กัญจนา กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นโศกนาฏกรรมแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เกิดเหตุเป็นครั้งแรก แต่อยากให้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าการสูญเสียแต่ละครั้งมีผลกระทบเยอะมาก ดังนั้น ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรียังมีโรงงานลักษณะนี้อีกประมาณ 8-9 แห่ง ควรต้องดูเรื่องความปลอดภัยให้เข้มแข็ง และทราบว่าโรงงานทั้งหลายจะต่ออายุกันทุกปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการตรวจดูอุปกรณ์ เรื่องมาตรการความปลอดภัยให้เข้มแข็ง อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ที่มีโรงงานลักษณะนี้ มีสารวัตถุอันตราย ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความสูญเสียซ้ำขึ้นอีก