"สุรศักดิ์" รมช.ศึกษาธิการ รับ กระทรวงกังวลปัญหาไม่ต่างกับผู้อภิปราย เร่งแก้ไขและทำทุกอย่างเต็มที่ จ่อคืนนักการภารโรงสู่โรงเรียน 12,000 ตำแหน่ง พิจารณาเงินอุดหนุนค่าเดินทางเด็กในอัตราใหม่

เมื่อดวลา 16.39 น. วันที่ 5 มกราคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการประชุมสภาผู้แทนราาษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ว่า สิ่งที่ผู้อภิปรายกังวล ตรงกับสิ่งที่กระทรวงกังวลเช่นกัน ทั้งเรื่องจัดสรรการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องยอมรับว่าโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศมีกว่า 50% แต่การบริหารจัดการเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในแต่ละชุมชน แน่นอนว่าภายใต้นำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมอบหมายให้ตนกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยโรงเรียนขนาดเล็กอยู่ในสังกัด สพฐ. การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเป็นสิ่งจำเป็น กระทรวงศึกษาธิการกำลังจัดตั้งแพลตฟอร์มขึ้นภายในปีงบประมาณนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะแก้ปัญหาและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับนักเรียนใน กทม. และต่างจังหวัด เด็กทุกคนจะสามารถเข้าถึงในเนื้อหาวิชาการเหมือนๆ กัน

...

ส่วนข้อห่วงใยเรื่องการลดภาระครู นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ครูต้องแบกภาระในการสอนแล้วยังต้องทำงานธุรการ บางครั้งต้องทำงานนักการภารโรงด้วย ทางการทรวงศึกษาธิการทราบถึงปัญหา ตอนนี้ รมว.ศึกษาธิการ กำลังทำเรื่องของงบประมาณกับงบกลางในการเสนอ ดังนี้ 

1. นำนักการภารโรงคืนสู่โรงเรียนประมาณ 12,000 กว่าตำแหน่ง จะทำให้ครูมีเวลาสอนในห้องเรียนมากขึ้น คืนครูให้กับเด็กนักเรียน 

2. ยอมรับว่าหลายโรงเรียนไม่มีครูธุรการ โดยจะแก้ปัญหาโดยการใช้ครูธุรการร่วมกันในโรงเรียนเล็กๆ ซึ่งงานเอกสารในยุคปัจจุบันค่อนข้างสะดวกมากขึ้น โดยครูธุรการ 1 คน สามารถทำงานธุรการได้มากกว่า 1 โรงเรียน เป็นการแก้ปัญหาในงบที่มีจำกัด

3. การสนับสนุนอาหารกลางวัน เด็ก ม.1-ม.3 โดยเฉพาะในโรงเรียนขยายโอกาส ที่ไม่มีเงินอุดหนุนเรื่องอาหารกลางวันเช่นกันเดียวกับเด็กประถม ทางกระทรวงศึกษาธิการทำเรื่องเพื่อขอให้เด็ก ม.1-ม.3 ในโรงเรียนขยายโอกาส ได้รับการอุดหนุนอาหารกลางวันอย่างทั่วถึง

"เป็นสิ่งที่เราเห็นพ้องต้องกัน และเป็นสิ่งที่กระทรวงกำลังดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาเรื่องการสนับสนุนค่าเดินทางโรงเรียนที่ควบรวมแล้วอยู่ในเขตรับผิดชอบที่จะต้องเดินทางมาเรียนอีกหนึ่งโรงเรียน ทางกระทรวงเองได้ตั้งคณะกรรมการ ตอนนี้ก็เรียบร้อย เพื่อจะพิจารณาเงินที่จะอุดหนุนในอัตราใหม่ให้สอดรับกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีเพิ่มพูน กำลังทำในหลายๆ เรื่อง และหลายเรื่องที่ท่านสมาชิกได้เสนอแนะมา มันเป็นความท้าทายที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำ ถึงเวลาที่เราเข้ามาทำงานจะ 3 เดือนกว่าๆ แต่แน่นอนท่านรัฐมนตรีพูดเสมอว่าทำได้ ทำดี ทำทันที ทุกอย่างทำอย่างเต็มที่"