“หมอวาโย” อภิปราย KPI เทียบหลายกระทรวง ชื่นชมศาลยุติธรรมมีตัวชี้วัดที่ดี ทำได้จริง ก่อนสรุปภาพรวม ตัวชี้วัดผลงานที่ไม่ดี แม้จะทำได้ถึงเป้า ก็ไม่ทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ย้ำ ก้าวไกลไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบ 67

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2567 เข้าสู่การอภิปรายของ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยเจ้าตัวระบุว่าเป็นการตรวจสุขภาพ KPI ของไทยที่ต้อง SMART ประกอบด้วย Specific (ความจำเพาะ) Measurable (วัดได้, ชี้วัดได้) Achievable (เป้าหมายสามารถไปถึงได้) Realistic (สมจริง, สมกับสถานการณ์) Timely (เวลาที่เหมาะสม) 

ตัวชี้วัดผลงานของรัฐบาลต้องมีความจำเพาะ ไม่กว้างเกินไป เข้าใจได้ว่าจะทำอะไร ส่วนเรื่องชี้วัดได้ ตัวเลขนั้นต้องมีความสำคัญที่สามารถนำไปคำนวณต่อทางสถิติได้ ซึ่ง KPI ของไทยตกตัวนี้เยอะมาก แต่ตัวที่ตกมากที่สุดคือ เป้าหมายสามารถไปถึงได้ ปัญหาของรัฐบาลคือตัวชี้วัดง่ายเกินไป ขณะที่เรื่องสมจริง ซึ่งรัฐบาลบอกว่ามีภาวะวิกฤตินั้น สมกับภาวะหรือไม่ สุดท้าย เวลาที่เหมาะสม เป็นระยะกลาง ระยะสั้น หรือระยะยาว แต่รัฐบาลส่วนใหญ่ตั้งตัวชี้วัด 1 ปี เพราะงบประมาณเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี

...

ทั้งนี้ นพ.วาโย ชื่นชมหน่วยงานศาลยุติธรรม ว่า จำนวนพิจารณาคดีที่ตั้งแผนไว้ 1,290,000 คดี สามารถทำได้ 1,666,002 คดี อีกทั้งมีการกำหนดการพิจารณาคดีเสร็จภายใน 6 เดือน ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม นี่คือตัวอย่างว่าสามารถตั้ง KPI ในส่วนของ Timely ไม่จำเป็นต้องเป็น 1 ปีก็ได้ และทำได้เกินเป้าด้วย อีกทั้งในส่วนของความเชื่อมั่นของประชาชนก็เกินเป้าที่ตั้งไว้เช่นกัน

ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ตัวชี้วัดจะคล้ายคลึงกับศาลยุติธรรม แต่กลับไม่มีการตั้ง KPI ในเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องตอบในส่วนนี้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเอางบประมาณไปใช้เลือกตั้งออกเสียงประชามติอย่างมีคุณภาพ แต่กลับขาดตัวชี้วัดจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ทางด้านกระทรวงกลาโหม ตั้งตัวชี้วัดต่างๆ เหมือนกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ดูไม่รู้เลยว่ามีการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กลับพบว่ามีการตัดตัวชี้วัดอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตบ้านออกไป สำหรับกระทรวงการคลัง ก็ยังใช้เกณฑ์เก่า ชี้วัดผลที่การออกมาตรการ แบบนี้หรือที่จะคาดหวังกับรัฐบาลใหม่ที่มาเป็นความหวังของประชาชน

“การตั้งเป้าหมายหรือว่าตัวชี้วัดผลงานที่มันไม่ดี ไม่ตรงจุด ถึงแม้ว่าท่านจะทำได้ถึงเป้า ทำได้ตามเป้า ก็ไม่ทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ผมและพรรคก้าวไกลคงไม่สามารถที่จะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 ได้”