ก.แรงงาน มอบของขวัญปีใหม่ 2567 ให้คนทำงาน 11 ชิ้น "พิพัฒน์" เผยปรับค่าจ้าง รอบ 2 เม.ย. เป็นของขวัญปีใหม่ไทยอีกรอบ -ม็อบคนงาน "บอดี้ แฟชั่น" ปักหลักนอนหน้ากระทรวงข้ามคืนตะโกนข้ามรั้วป่วนงาน ยอมกลับบ้านหลังเจรจาสำเร็จ
วันที่ 22 ธ.ค. 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวของขวัญปีใหม่กระทรวงแรงงาน ปี 2567 โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณโถงชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน
นายพิพัฒน์ ได้กล่าวถึงผลงานตลอด 3 เดือน ตั้งแต่มารับตำแหน่งที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องแรงงานไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ การช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอลให้ได้รับเงินเยียวยา ทั้งจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จำนวนคนละ 15,000 บาท และเสนอคณะรัฐมนตรีเพิ่มเงินเยียวยาอีกคนละ 50,000 บาท รวมถึงพักหนี้ให้กับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบรายละไม่เกิน 150,000 บาท และเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. .... เพื่อส่งเสริมคุ้มครองคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระเข้าถึงสิทธิพื้นฐานความปลอดภัยในการทำงาน ครอบคลุมถึงการสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 และมาตรา 39 เพื่อสร้างรากฐานเศรษฐกิจการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมอบของขวัญที่จะมอบให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นกำลังใจแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ รวมทั้งพี่น้องแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นในปี 2567 นี้มีของขวัญปีใหม่ จำนวน 11 ชิ้น ในหัวข้อ “เพิ่ม ฟรี ปรับขึ้น สะดวก ช่วยปลดหนี้” ภายใต้แคมเปญ “อุ่นใจผู้ให้ สุขใจผู้รับ” เพื่อมอบความสุขแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนี้
ชิ้นที่ 1 “เพิ่ม” อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 6 สาขาอาชีพ 54 สาขา ตามร่างอัตราค่าจ้าง ตามมาตรฐานฝีมือ 54 สาขา ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากวันที่ประกาศแล้ว
ชิ้นที่ 2 “ปรับขึ้น” อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการไตรภาคีได้พิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 66 และได้นำมาทบทวนอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งที่ประชุมไตรภาคีได้มีมติเห็นชอบให้ใช้มติเดิม ผมเองก็จะนำมติในเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อขอความเห็นชอบให้มีผลใช้บังคับในช่วงเดือนมกราคม 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องแรงงาน
ชิ้นที่ 3 “ฟรี” กู้เงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ดอกเบี้ย 0% จำนวน 24 เดือน โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0 ต่อปี ในงวดที่ 1 - 24 โดยไม่ปลอดเงินต้น และงวดที่ 25 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา คิดอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ผู้รับงานไปทำที่บ้านรายบุคคลยื่นคำขอกู้ไม่เกิน 50,000 บาท รายกลุ่มบุคคลกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลายื่นคำขอกู้ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 66 - 31 ส.ค. 67 กรอบวงเงิน 5,000,000 บาท ทำให้มีผู้จดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านกว่า 6,000 ราย เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 16.2 ล้านบาทต่อปี
ชิ้นที่ 4 “ฟรี” ตรวจเช็กสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ก่อนเดินทาง 7 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 22 - 28 ธ.ค. 66 ในวันและเวลาราชการ ฟรี 10 รายการ ได้แก่ ล้อ/ลมยาง ระบบเบรก กรองอากาศ ระบบไฟเลี้ยว/ไฟสัญญาณ ใบปัดน้ำฝน ระบบปรับอากาศ น้ำยาฉีดกระจก แบตเตอรี่ น้ำกลั่นพวงมาลัย/แฮนด์/แตร
ชิ้นที่ 5 “ฟรี” ฝึกอบรมออนไลน์ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ภาษาจีน การตลาดออนไลน์ และดิจิทัล ฟรีจำนวน 10,000 สิทธิ์ เพื่อแรงงานไทยได้ Up skill ตนเอง ทุกที่ ทุกเวลา ตั้งแต่วันที่ 22 - 28 ธ.ค. 66 หรือจนกว่าจะครบ
ชิ้นที่ 6 “ช่วยปลดหนี้” ผ่านโครงการเงินกู้สร้างสุข ปลดทุกข์หนี้นอกระบบ ในวงเงินไม่เกินคนละ 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ นำไปปลดหนี้สิน หรือลงทุนประกอบอาชีพเสริม ในวงเงินโครงการ จำนวน 50,000,000 บาท เพื่อพัฒนารายได้แก่ตนเองและครอบครัวให้แรงงานได้รับสวัสดิการที่ดีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างรากฐานความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
ชิ้นที่ 7 “ฟรี” อบรม Safety 10,000 คน เพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ลดอุบัติเหตุ อุบัติภัยจากการทำงาน ทำให้ลูกจ้างได้รับการดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน จำนวน 1,000,000 คน
ชิ้นที่ 8 “ฟรี” ตรวจสุขภาพ 14 รายการ ผู้ประกันตนสุขภาพดีถ้วนหน้า อาทิ มะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรอกมะเร็งลำไส้ ตรวจเต้านม ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจไขมันในเลือด เริ่ม 1 มกราคม 2567
ชิ้นที่ 9 “สะดวก” ผู้ประกันตนฟันดีด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ สถานประกอบการ (SSO Mobile e-Dent) วงเงิน 900 บาท/คน/ปี โดยผู้ประกันตนเข้ารับบริการทันตกรรมด้วยรถ Mobile Service สะดวก ไม่ต้องสำรองจ่าย มอบสิทธิประโยชน์ทำฟันสะดวก อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าตัดฟันคุด ที่สถานประกอบการ ด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ประกันสังคม ผู้ประกันตนสะดวก ทำฟันสะดวก ที่สถานประกอบการ ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องเดินทาง เริ่ม 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 67
ชิ้นที่ 10 “ฟรี” บริการประกันสังคมครบจบใน APP เดียว “SSO plus+” ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล กลางเชื่อมต่อบริการประกันสังคม ให้ผู้ประกันตนอย่างเฉพาะเจาะจง และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์การบริการตามภารกิจหลักของกองทุนเงินทดแทน เพื่อความสะดวกให้ผู้ประกันตน เริ่ม 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
ชิ้นที่ 11 “ฟรี” ติดตั้งระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตรายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และประเมิน ความเสี่ยงขั้นต้น เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ม.ค. 67 สถานประกอบกิจการมีระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย และประเมินความเสี่ยงขั้นต้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การทำงานในรอบ 3 เดือนของกระทรวงแรงงานยังไม่มีผลงานชิ้นโบแดงเพราะทำในภาพรวม และยังไม่กล้าพูดเรื่องค่าจ้างเป็นผลงานต้องรอปรับค่าจ้างอีกรอบจึงจะนับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ในสัปดาห์หน้าจะนำมติบอร์ดค่าจ้างที่ให้ปรับค่าจ้างทั่วประเทศ 2-16 บาท เข้า ครม. หลังจากนั้นจะให้บอร์ดไตรภาคีไปดูเรื่องปรับค่าจ้างตามสูตรใหม่โดยจะแบ่งเขตปรับค่าจ้างให้เหมาะสมกับพื้นที่ถ้าค่าครองชีพสูง ค่าจ้างก็ต้องสูงกว่า จะหารือให้จบในเดือน มี.ค. เพื่อให้มีการปรับค่าจ้างอีกรอบหนึ่งในเดือน เม.ย. เป็นของขวัญปีใหม่ไทย เนื่องจากในปี 2567 เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้นกว่าปี 2566 การปรับค่าจ้างรอบใหม่จะสอดคล้องกับเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นจากการกระตุ้นของรัฐบาล ส่วนการส่งแรงงานไทยกลับไปทำงานในอิสราเอลได้หารือกับทางอิสราเอลแล้วว่าจะส่งไปก็ต่อเมื่อสงครามสงบและมีความปลอดภัยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายพิพัฒน์แถลงของขวัญปีใหม่และปล่อยขบวนรถในโครงการตรวจเช็กฟรีขับขี่ปลอดภัย กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนที่นำแรงงาน 3 บริษัท มาปักหลักนอนข้ามคืนอยู่หน้าประตูรั้วทวงเงินเยียวยาหลังถูกนานจ้างลอยแพนาน 4 ปี ได้ตะโกนป่วนงานเป็นระยะและหลังเปิดงานเสร็จแล้วนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นตัวแทนเข้าเจรจากับนายอารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.แรงงาน โดยมีนายเซีย จำปาทอง ส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมประชุม ได้ข้อยุติว่าจะมีการนำเรื่องเข้า ครม.ขออนุมัติงบกลางมาจ่ายให้คนงานเร็วที่สุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะประสานกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อประชุมแก้ระเบียบให้ลูกจ้างได้รับเงินเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ในวันที่ 28 ธ.ค. โดยกระทรวงแรงงานได้นำอาหารมาเลี้ยงและติดต่อรถนำส่งกลับบ้าน.