“ปิติพงศ์” เผยจุดยืน “พรรคเป็นธรรม” หนุนแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สว.ต้องมาจากเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิโหวตนายกฯ พร้อมหนุนนิรโทษกรรม ยกเว้นคนทุจริต หวังสลายความขัดแย้ง เดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ
วันที่ 19 ธ.ค. 2566 นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคปธ.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายนิรโทษกรรมว่า พรรคปธ.สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งจริงๆ แล้วทั้ง 2 เรื่องเป็นปัญหาที่ได้มีข้อยุติมาตั้งนานแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งที่ฝ่ายค้านในอดีต และเป็นรัฐบาลในปัจจุบัน ต่างมีต้นร่างมาหมดแล้วทุกเรื่อง เพียงแต่ครั้งนี้มีการประวิงไม่ให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม และออกกฎหมายแก้ไขรัฐธรรนูญโดยเร็ว มีการดึงเวลาไว้เท่านั้นเอง ส่วนพรรคปธ.เรายืนว่าสามารถแก้ไขได้ทั้งฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ โดยต้องทำประชามติ ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประเด็นที่พรรคให้ความสนใจเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีประมาณ 3-4 ประเด็นใหญ่ คือต้องทำทุกวิถีทางทำให้ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญอีก ไม่มีการปฏิวัติอีก ต้องเขียนให้เห็นว่าการปฏิวัติเป็นสิ่งไม่ชอบธรรม องค์กรต่างๆ ต้องไม่ยอมรับการปฏิวัติ หรือการรัฐประหาร ต้องเขียนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถถูกฉีกขาดได้ด้วยการปฏิวัติ ถ้าจะมีการแก้ไขต้องทำในสภาเท่านั้น
นายปิติพงศ์ กล่าวว่า เราสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย หรือในการคัดสรรองค์กรอิสระได้ ถ้าจำเป็นอย่างนั้นมีวุฒิสภาได้ แต่ต้องไม่มีอำนาจยุ่งเกี่ยวกับงานบริหาร คือการโหวตเลือกนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งและ สว.ต้องถือว่ามีอำนาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมายเท่านั้น ไม่มีอำนาจหน้าที่นอกเหนือจากนั้น พูดง่ายๆ คือไม่มีอำนาจหน้าที่เหมือนกับ สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และที่สำคัญ สว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง และไม่ใช่การเลือกตั้งโดยอ้อม ต้องเป็นการเลือกตั้งโดยตรง ถ้าคุณบอกว่าเป็นตัวแทนประชาชน เป็นหนึ่งในคณะนิติบัญญัติ ต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะอำนาจนิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่มีการแต่งตั้ง และไม่ควรจะต้องเป็นสมาชิกพรรคด้วย สว.จะต้องไม่ถูกครอบงำโดยพรรคการเมือง
...
นายปิติพงศ์ กล่าวว่า การกระจายอำนาจเพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจะต้องเปิดโอกาสให้สนับสนุนประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ประชาชนต้องศักดิ์ศรีในสิทธิมนุษยชนในระดับที่สากลพึงยอมรับ และเรื่องสุดท้ายคือการปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เขียนความชัดเจนให้เห็นเลยว่า รัฐต้องสนับสนุนให้มีการปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งหมด เพื่อต้องการให้เป็นหลักการที่ยอมรับร่วมกัน มีหลักกฎหมาย หลักกระบวนการยุติธรรมที่เสมอภาคและเท่าเทียมกัน และเป็นธรรมกับทุกๆ คน ทั้งนี้เป็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และทำประชามติ
นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของนิรโทษกรรม พรรคปธ.เห็นด้วยในการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 10 ปีเท่านั้นพอ แต่ไม่นิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่กระทำความผิดทุจริตคอร์รัปชัน คิดว่าพรรคฝ่ายค้านต่างคนต่างมีแบบของตัวเอง ต่างคนต่างก็ต่างเสนอกันไป แต่คิดว่าไม่มีใครไม่เห็นด้วยการให้นิรโทษกรรม เพราะทุกคนทุกพรรคได้รับผลกระทบหมด มีแต่พรรคปธ.ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้เลย แต่พรรคปธ.เข้าใจในบริบทที่ต้องการสลายความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ มากกว่ามาฟื้นฝอยหาตะเข็บในเรื่องของความขัดแย้ง.