"รังสิมันต์ โรม" ถามกระทู้สด "เศรษฐา" กรณีหลุดพูดในที่ประชุมเพื่อไทยปมตั๋วตำรวจ ด้าน "สมศักดิ์" ได้รับมอบหมายมาตอบแทน มั่นใจ นายกฯ ไร้เจตนาเกี่ยวกับการใช้ตั๋ว และไม่มีการให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น
วันที่ 14 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งช่วงหนึ่งที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องตั๋วตำรวจ โดยนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ มอบหมาย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี มาตอบแทน
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ เปิดคลิปเหตุการณ์วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่นายเศรษฐา พูดในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทยตอนหนึ่ง ใจความว่า “เป็นครั้งแรกระหว่างนายอำเภอกับผู้กำกับใหม่ ซึ่งผมมั่นใจว่าคงมีผู้ผิดหวังกว่าผู้สมหวังในห้องนี้ที่ขอตำแหน่งไปรู้สึกมันเยอะเหลือเกิน แต่ก็มีไม่น้อยที่ได้สมหวัง แต่เป็นผู้กำกับใหม่ ซึ่งเราต้องพูดคุยกันให้ถ่องแท้และกำจัดปัญหานี้ออกไป” จากนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวต่อ หวังว่าครั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะบรีฟข้อมูลให้นายสมศักดิ์ มาตอบ ไม่นำไปสู่ความพยายามหนีการตรวจสอบเรื่องตั๋วตำรวจผิดกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ. วันที่นายกรัฐมนตรีพูด เป็นเวลาก่อนที่คำสั่งแต่งตั้งออกมาอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีรู้ได้อย่างไรใครจะสมหวัง ไม่สมหวัง คนไหนเอาข้อมูลมาบอก ฝ่าฝืนระเบียบตำรวจ นำข้อมูลแต่งตั้งผู้กำกับไปบอกนายกรัฐมนตรี บอก สส.พรรคเพื่อไทย
นายรังสิมันต์ ถามอีกว่า นายกรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้ไหม ตั๋วผู้กำกับมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน กลับเงียบ ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ จากนายกรัฐมนตรี หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และขอถามตรงๆ ที่บอกว่าในห้องนี้ คือใคร ใช่ สส.พรรคท่านหรือเปล่า สส.พรรคท่านทุจริตด้วยหรือเปล่า นโยบายที่เคยหาเสียงจัดการเส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ เกียร์ว่างแล้วหรือ ไม่อยากให้รองนายกรัฐมนตรีเปลืองตัว นายกรัฐมนตรีควรมาตอบเอง เป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ประธาน ก.ตร.) ไม่มีอำนาจแต่งตั้งผู้กำกับ เมื่อพิจารณาจากวิดีโอ นายกรัฐมนตรีอาจจะมีข่ายในการแทรกแซง อยากให้นายสมศักดิ์ ชี้แจงที่นายกรัฐมนตรีพูดแต่ละประโยค หมายความว่าอย่างไร และการแต่งตั้งครั้งนี้ตำรวจหลายนายลาออกเพราะโยกย้ายไม่เป็นธรรม
...
จากนั้น นายสมศักดิ์ ตอบว่า การพูดคุยและการตอบคำถามผู้ฟัง อาจจะฟังมุมมองแตกต่างกัน นายกรัฐมนตรีอธิบายชัดเจนว่า ไม่มีการให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในประโยคแรกที่กล่าวว่า มั่นใจว่ามีผู้ผิดหวัง สะท้อนว่าไม่มีการช่วยเหลือ จึงมั่นใจว่ามีผู้ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนคำพูดที่ว่าขอตำแหน่งเพราะมันเยอะเหลือเกินนั้น ข้อเท็จจริงเป็นการปรึกษาหารือของ สส.ในพื้นที่ ต้องการคนที่เหมาะสมเข้ามาแก้ปัญหาอาชญากรรม มาเฟีย หนี้นอกระบบ ยาเสพติด โดยนายกรัฐมนตรียืนยัน วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 การแต่งตั้งนั้นไม่สามารถทำได้ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งแต่งตั้งยศ พล.ต.ต. ขึ้นไปเท่านั้น ต่ำกว่านั้นลงมาเป็นอำนาจ ผบ.ตร.
โดยคำสัมภาษณ์ ผบ.ตร. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า ยังไม่มีใครเอาตั๋วมาให้ นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยโทรศัพท์มา ไม่มี สส.คนไหนมาทั้งสิ้น ส่วนที่คาดคั้นให้ตอบทีละบรรทัด ทีละวรรค ก็แล้วแต่คนฟัง ประชาชนตัดสิน แต่ในภาพรวมตนมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีไม่มีเจตนาเกี่ยวกับการใช้ตั๋วอะไรทั้งสิ้น สำหรับการโยกย้ายที่ภูเก็ต ผู้ที่วิจารณ์กันมาตลอดอาจยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน บุคคลที่ถูกกล่าวอ้างอย่าง พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผู้กำกับการ ตม.จว.ภูเก็ต บก.ตม.6 นั้น คนที่มาแทนคือ พ.ต.ท.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง จากผู้กำกับ ตม.นครพนม ถ้าดูอาวุโสแล้ว พ.ต.อ.ธเนศ มีอาวุโส 6 ปี แต่ พ.ต.อ.เกรียงไกร มีอาวุโส 15 ปี ซึ่งไม่เป็นที่น่าสงสัยหรือผิดปกติเรื่องความสามารถ เป็นต้น.