ประชาธิปัตย์ได้ผู้นำคนใหม่ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ผงาดหัวหน้าพรรค “เดชอิศม์ ขาวทอง” นั่งเลขาธิการพรรค ยึดพรรคเบ็ดเสร็จ ไร้เงาทีม “ชวน-บัญญัติ” ร่วมคณะกรรมการบริหารพรรค บรรยากาศคุกรุ่นปิดห้องเคลียร์ใจความขัดแย้ง “อภิสิทธิ์” ก่อนอดีตนายกฯประกาศไขก๊อกทิ้งพรรคกลางที่ประชุม “มาดามเดียร์” ลุ้นไม่ขึ้น ถูกรุมต้านโหวตขวางไม่ยกเว้นข้อบังคับพรรคให้ได้สิทธิลงชิงเก้าอี้ รอชั่งใจจะร่วมทำงานต่อหรือไม่ ปชป.เลือดทะลัก “สาธิต ปิตุเตชะ” ร่อนใบลาออกเพิ่ม รับไม่ได้ทีมบริหารชุดใหม่ทิ้งอุดมการณ์ ผู้นำใหม่ไม่รักษาสัจจะ ให้รอดูบทลงโทษจากประชาชน “เสี่ยต่อ” ประกาศฟื้นฟูพรรคใน 3 เดือน ออกลีลาทอดสะพานร่วมรัฐบาลในอนาคต “นายกฯเศรษฐา” นำทีมตรวจราชการกาญจนบุรี ติวเข้มแก้ปัญหาที่ดิน-ภัยแล้ง ยืนกรานปิดจ๊อบแจกเงินหมื่นทันเดือน พ.ค.2567

หลังจากที่ยืดเยื้อมานาน ในที่สุดการประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 3 พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่แล้วคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากสมาชิกพรรค แต่ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคได้ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค กลางที่ประชุมพรรค

ปชป.ตบเท้าเลือก หน.พรรค

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธ.ค.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 3 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจากที่การประชุม 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ไม่สามารถลงมติเลือกหัวหน้าพรรคได้ เนื่องจากประสบปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ โดยบรรยากาศการประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รอบ 3 เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรค สส. สมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ก่อนหน้านี้กลุ่ม 21 สส.ประชาธิปัตย์ มีมติสนับสนุนให้นายเฉลิมชัยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค มี น.ส.วทันยาประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วย ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวนายชวนเตรียมเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ต่อที่ประชุมเพื่อลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเช่นกัน

...

“มาดามเดียร์” ประกาศสู้ถึงที่สุด

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรม การเมือง กทม. และผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญฯด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าจะสู้ให้ถึงที่สุดให้จิตวิญญาณพรรคประชาธิปัตย์กลับมาให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพร้อมยอมรับไม่ค้างคาใจ การลงสมัครหัวหน้าพรรคเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับไปคุยกับผู้ใหญ่หรือ สส.คนไหนมา ส่วนข่าวนายชวนจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ไม่ทราบ คิดว่าผู้ใหญ่ทุกคนมีเหตุผลไม่อาจก้าวล่วง พรรคกำลังอยู่ในทางสองแพร่ง ตนแค่อยากลงมือทำในสิ่งที่เชื่อและฝัน อยากเห็นการเมืองซื่อตรง จริงใจ อย่างไรก็ตามไม่มั่นใจจะได้รับเสียง 3 ใน 4 จากที่ประชุมให้ยกเว้นข้อบังคับพรรคลงชิงหัวหน้าพรรคได้ เพราะเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 5 ปี แต่ก็เดินหน้าสู้ถึงจุดนั้นแล้ว ไม่ได้เป็นตัวแทนนายอภิสิทธิ์และตัวแทนใคร

“ชวน” อุบไต๋ส่ง “มาร์ค” ชิงเก้าอี้

ขณะที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถึงเวลาแล้วค่อยบอก เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่กลุ่ม 21 สส.พรรคประชาธิปัตย์มีมติสนับสนุนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายชวนตอบว่า อย่างน้อยกระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ การเลือกหัวหน้าพรรคไม่ใช่เป็นเรื่องความขัดแย้งอย่างที่เข้าใจ ให้กำลังใจทุกคนที่แข่งขัน ใครก็ตามที่เป็นหัวหน้าขอให้บริหารพรรค โดยยึดอุดมการณ์พรรคคือ การเมืองบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริต ถ้าเมื่อใดที่เป็นพรรคโคตรโกง โกงทั้งโคตร ถึงจะอายุยาวเท่าไหร่ก็ไม่มีใครยอมรับเป็นสถาบันการเมืองได้ ผู้บริหารพรรคจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการนำพรรค ต้องมองประโยชน์ประเทศ อนาคตระบอบประชาธิปไตยด้วย ไม่ใช่เพื่อเอาตัวรอดของพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงหลังเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้จะเกิดความขัดแย้งหรือไม่ว่า อยู่ที่ตัวบุคคล เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ตั้งใจเข้ามาพัฒนาพรรค ภารกิจกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มี 2 เรื่องเฉพาะหน้าต้องทำคือ 1.ทำหน้าที่ในสภาให้เข้มแข็ง 2.ภารกิจพัฒนาพรรคให้ดีขึ้นจะได้เป็นที่ยอมรับของประชาชนในอนาคต

เชื่อปัญหา ปชป.ไม่จบ 100%

นายชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช และรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีความขัดแย้งหลังเลือกหัวหน้าพรรค เพราะพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคนลงสมัครทั้งคนมีคุณสมบัติพร้อม คนที่ไม่พร้อมเรื่องคุณสมบัติ ตนพร้อมยกมือให้ น.ส.วทันยา บุนนาค ได้ลงสมัครหัวหน้าพรรค กรณีต้องงดเว้นข้อบังคับพรรค เป็นการเปิดโอกาสให้เข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เปิดโอกาสให้คนทุกคนที่มีความ ปรารถนาดี แต่คนในพรรคจะเลือกใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เชื่อว่าปัญหาภายในพรรคจะไม่จบ 100% คิดว่าจะมีความขัดแย้งน้อยที่สุด วันนี้จึงต้องเลือกสิ่งดีที่สุด ไม่มีคำว่าสำรอง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจะตัดสินใจรับมติ 21 สส.ลงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ขอให้ที่ประชุมตัดสิน ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องประชุม

“ชวน” ส่งชื่อ “อภิสิทธิ์” ร่วมชิง

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 3 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายเฉลิมชัยแจ้งว่า องค์ประชุมครบ 260 คน ขอเปิดการประชุม จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนเสนอชื่อหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค มีผู้รับรองครบถ้วน เนื่องจากเห็นว่ามีคุณสมบัติเป็นผู้นำพรรคไม่ด้อยกว่าพรรคอื่น เชื่อว่าจะนำพรรคไปสู่แนวทางประชาธิปไตย และฟื้นฟูพรรคได้

ยอมรับสภาพ ปชป.ยิ่งกว่าวิกฤติ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า เหตุผลที่ต้องกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นหนี้บุญคุณพรรค บางคนโทรศัพท์มาหาบอกตนเห็นแก่ตัวไม่มากอบกู้พรรค จึงอธิบายว่า พรรคมีกระบวนการ ไม่ใช่ใครนึกอย่างไรแล้วมากำหนดได้ หลายเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจและสะเทือนใจคือ คนที่อยู่ในห้องนี้ตระหนักเพียงใดว่า พรรคอยู่ในภาวะยิ่งกว่าวิกฤติ หลายคนบอกมีขึ้นมีลง ตนบอกว่า มีลงไม่ได้แปลว่าจะมีขึ้น ถ้าไม่สรุปบทเรียนให้ชัดเจน อยู่กับพรรคมา 30 ปี ยืนยันว่า การสนับสนุนผู้สมัครพรรค การสนับสนุนพรรค ไม่มียุคใดที่ทำได้มากเท่ายุคนายเฉลิมชัย แต่ความพร้อมที่มากสุดกลับมาพร้อมความพ่ายแพ้ทางการเมืองที่ใหญ่สุด เรามาถึงจุดนี้ เพราะประชาชนมองไม่เห็นพรรคมีจุดยืน หรือเป็นตัวแทนความคิด การเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว ขั้วฝ่ายอนุรักษ์ ประชาธิปัตย์ไม่ใช่คำตอบ เพราะคำตอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ส่วนฝ่ายประชาธิปไตย ประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะเขาบอกว่า ประชาธิปัตย์ไปร่วมกับ พล.อ. ประยุทธ์ ทางเดินข้างหน้าของพรรคจึงเป็นการค้นหาจิตวิญญาณความเป็นประชาธิปัตย์ที่จะเป็นความหวัง ตัวแทนความคิดประชาชน

“มาร์ค” ขอเคลียร์ใจทีมบริหาร

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ระยะหลังมีการประเมินว่า ประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคประชาธิปไตยแล้ว จึงต้องฟื้นฟูพรรค ถ้าคิดจะกลับมา เรามีความต่างจากพรรคอื่นคือ ไม่กลัวเป็นฝ่ายค้าน หลายพรรคเป็นได้แค่พรรครัฐบาล แต่เราไม่ใช่ ถ้ารักษาแนวทางแบบนี้ก็มีโอกาสกลับมา “วันนี้ไม่ใช่เรื่องใครแพ้หรือชนะ แต่วันนี้พรรคเดินต่อไม่ได้ ไม่มีความเป็นเอกภาพแท้จริง ผมลงแพ้ก็น่าจะมีปัญหา ผมชนะก็ยิ่งมีปัญหาเข้าไปใหญ่ เพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อนในห้องนี้มาถามผมว่า ทำไมไม่คุยกัน ต่อมาก็พาดพิงว่า ผมไม่ยอมคุย ขอยืนยันว่าถ้าใครไปพูดอย่างนั้น ไม่จริง หลายคนพยายามพูดว่า ให้คุยกัน แต่ได้รับการปฏิเสธ ผมก็ไม่กล้าสอบถามเหตุผลถึงการปฏิเสธไม่พูดคุย แต่คำตอบชัดคือไม่คุย ฉะนั้นวันนี้เมื่อนายชวนเสนอชื่อผม ผมถามท่านรักษาการหัวหน้าพรรค พักการประชุมแล้วคุยกับผมหรือไม่” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“เสี่ยต่อ” พักประชุมเคลียร์ใจ

จากนั้นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คนที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงคือตน ก่อนหน้านี้เคยบอกไม่มีอะไรจะคุย เพราะประกาศจะหยุดการเมือง นี่คือเหตุผล คนเราอยู่ดีๆไม่มีใครพูดส่งเดช มีที่มาที่ไปทั้งหมด อาจไม่ได้บอกว่า รักประชาธิปัตย์มากสุด แต่ผูกพันมาตั้งแต่ปี 2518 ครอบครัวตนเป็นหัวคะแนนสำคัญของพรรค มันคือสายเลือด ยึดมั่นอุดมการณ์จนถึงทุกวันนี้ เรื่องซื่อสัตย์ 100% อะไรที่ทำให้พรรคเดินได้จะทำ ตั้งแต่เข้ามาอยู่พรรค 22 ปี ประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ใคร จะไม่มีวันยอม ไม่พูดมาก เพราะว่ารู้ตัวว่าต้องรับผิดชอบ จึงขออนุญาตพักประชุม 10 นาที คุยกับ นายอภิสิทธิ์แบบส่วนตัว 2 คน

“มาร์ค” ไม่ชิงเก้าอี้-ไขก๊อก ปชป.

ต่อมาเวลา 11.50 น. ภายหลังพักการประชุม มีการปิดห้องหารือส่วนตัวแบบสองต่อสองระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายเฉลิมชัยนาน 10 นาทีเศษ จากนั้น นายอภิสิทธิ์กลับเข้าห้องประชุมแล้วกล่าวน้ำตาคลอต่อที่ประชุมว่า การพูดคุยเข้าใจตรงกันทุกอย่าง ได้เรียนรักษาการหัวหน้าพรรคว่า จะขอถอนตัวจากการถูกเสนอชื่อสมัครเป็นหัวหน้าพรรค และขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์นับแต่วันนี้ ยืนยันตนไม่มีพรรคอื่น ไม่ไปพรรคอื่น ให้กรีดเลือดก็เป็นสีฟ้าจนวันตาย เป็นลูกพระแม่ธรณี จะรับใช้บ้านเมืองวันข้างหน้า ถ้าช่วยพรรคได้ในวันข้างหน้าก็ไม่ปฏิเสธ หวังว่าผู้บริหารพรรคชุดใหม่จะทำงานสำเร็จตามที่นายเฉลิมชัยกล่าวไว้ ได้พูดไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรค้างคาใจ

ลูกพรรคร่ำไห้ “อภิสิทธิ์” ลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคกลางที่ประชุม ทำให้อดีต สส. และสมาชิกพรรคหลายคนตกตะลึง น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อดีต สส.กระบี่ นางกันตวรรณ ตันเถียร อดีต สส.พังงา ถึงกับร้องไห้ จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินออกจากห้องประชุมทันที โดยกล่าวกับสื่อระหว่างลงบันไดเลื่อนว่า พูดไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรค้างคาใจ ยังไม่คิดว่าจะวางบทบาททางการเมืองอย่างไรหลังจากนี้ เมื่อถามว่า ระหว่างคุยกันนายเฉลิมชัยบอกหรือไม่ว่าจะไปร่วมรัฐบาล ทำให้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เดี๋ยวท่านพูดเอง เมื่อถามว่า การตัดสินใจลาออกได้วางแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถาม พร้อมเดินขึ้นรถออกไปทันที ระหว่างนั้นมีสมาชิกพรรคหลายคนวิ่งมาจับมือ ซึ่งนายอภิสิทธิ์บอกว่าเดี๋ยวเจอกัน ก่อนจะเดินทางกลับ

โหวตขวาง “มาดามเดียร์” ลงสมัคร

ขณะที่บรรยากาศในที่ประชุม หลังจากนายอภิสิทธิ์ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครหัวหน้าพรรคนั้น นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรค เสนอชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่นายขยัน วิพรหมชัย อดีต สส.ลำพูน เสนอชื่อ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. เป็นหัวหน้าพรรค แต่เนื่องจาก น.ส.วทันยาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาไม่ถึง 5 ปี ไม่สามารถชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ตามข้อบังคับพรรค หากจะลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องได้รับเสียงจากที่ประชุม 3 ใน 4 ของผู้มาประชุม หรือ 195 เสียง เพื่อยกเว้นข้อบังคับพรรค ปรากฏว่า น.ส.วทันยาได้คะแนนเพียง 139 ไม่ถึง 3 ใน 4 ของที่ประชุม เท่ากับที่ประชุมไม่อนุญาตให้ น.ส.วทันยาลงสมัคร

“เฉลิมชัย” พลิกลิ้นลุยชิงเก้าอี้

จากนั้นนายเฉลิมชัยกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมว่า การตัดสินใจของตนวันนี้มันเจ็บ ทำลายสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต ขอยืนยันว่ากรีดเลือดออกมาก็เป็นสีฟ้า ไม่เป็นสีอื่น ตลอดเวลาที่อยู่ในพรรคเคร่งครัดยึดอุดมการณ์พรรคไม่เปลี่ยนแปลง ได้เรียนเรื่องนี้กับนายอภิสิทธิ์ด้วย ขอเรียนสั้นๆว่า มีความจำเป็นอยากเห็นพรรคเดินไปข้างหน้า จะทำให้พรรคมีเอกภาพ ยึดมั่นอุดมการณ์พรรค ได้ยืนยันกับนายอภิสิทธิ์เมื่อสักครู่ว่า ประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ ระยะเวลา 22 ปี ที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์หลายสิ่งที่ผ่านมาอาจทำให้พรรคสะดุด จะพยายามทำทุกอย่างให้พรรคมีเอกภาพ ทำให้ดีที่สุด ไม่มีวันทำลายหลักการและอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์

เสียงท่วม 88.5% ส่ง “เสี่ยต่อ” ยึดผู้นำ

ต่อมาที่ประชุมเปิดให้สมาชิกพรรคเข้าคูหาลงคะแนนเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ กระทั่งเวลา 13.30 น. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ กกต.ประจำพรรค ประกาศผลลงคะแนนว่า ที่ประชุมเลือกนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ด้วยคะแนน 88.5% ถือว่านายเฉลิมชัยได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9

“เดชอิศม์” ซิวเลขาธิการพรรค

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในตำแหน่งอื่นๆ รวม 41 คน มีตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ รองหัวหน้าพรรคประจำภาค 5 คน และรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ 8 คน ได้แก่ 1.นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ 2.นายไชยยศ จิรเมธากร อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน 3.นายประมวล พงศ์ถารวาเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค ภาคกลาง 4.นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ 5.นายสุชัชวีร์ สุวรรณ สวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เป็นรองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. ส่วนรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ 8 คน ที่เสนอชื่อโดยนายเฉลิมชัยคือ 1.นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต รมช.มหาดไทย 2.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร อดีตรองเลขาธิการพรรค 3.พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาราเล่ สส.สงขลา 4.นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ 5.นายธารา ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง 6.นต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรค 7.นายมนตรี ปาน้อยนนท์ อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์ 8.นายอภิชาติ ศักดิเศรษฐ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายเฉลิมชัยเสนอชื่อนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา มาดำรงตำแหน่ง

ทีม “เสี่ยต่อ” ยึด ปชป.เบ็ดเสร็จ

ส่วนรองเลขาธิการพรรคนายเดชอิศม์เสนอชื่อ 1.นางสุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง 2.นายจักรพันธุ์ ปิยะพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ หลานชายนายเฉลิมชัย 3.น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง 4.นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.กทม. 5.นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา 6.นางกันตวรรณ ตันเถียร อดีต สส.พังงา ส่วนเหรัญญิกพรรค ได้แก่ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต สส.กทม. มีนายวิรัช ร่มเย็น เป็นนายทะเบียนพรรค นายราเมศ รัตนะเชวง เป็นโฆษกพรรค เป็นที่น่าสังเกตว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นี้ เป็นคนของนายเฉลิมชัยและนายเดชอิศม์ทั้งหมด ไม่มีตัวแทนฝ่ายนายชวนหรือคนของนายบัญญัติแม้แต่คนเดียว

“มาดามเดียร์” รอชั่งใจไขก๊อก

ต่อมา น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. แถลงหลังที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ลงคะแนนไม่ยกเว้นข้อบังคับการประชุม เพื่อให้ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า ขอบคุณคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคที่รับรองตน เดิมตั้งใจมาลงสมัครหัวหน้าพรรค หวังจะให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และหวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนจะเห็นเหมือนกัน เพื่อให้ประชาชนกลับมาศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง แต่วันนี้แสงแห่งความหวัง ความเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น แล้วเราจะคาดหวังแสงแห่งศรัทธาจากประชาชนคืนมาได้อย่างไร เมื่อถามว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ น.ส.วทันยาตอบว่า ขอประเมิน ทบทวน และรอดูทิศทางพรรค เราต้องเลือกทำการเมืองกับพรรคที่มีอุดมการณ์ตรงกัน ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกันก็ต้องพิจารณาตัวเองว่ายังสมควรทำงานกับพรรคต่อหรือไม่ เมื่อถึงเวลาจะมีสัญญาณบอกเอง อย่างไรก็ตามขณะนี้ตัดสินใจว่าจะยังไม่รับตำแหน่งใดๆ จะทำงานที่เคยสัญญากับประชาชนช่วงหาเสียงเลือกตั้งต่อ เช่น ขับเคลื่อนกฎหมายต่างๆ แต่งานที่ทำกับพรรค จะเว้นไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน

“สาธิต” ลาออกเลือดทะลักอีก

ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขอลาออกจากพรรคด้วยเหตุผล 4 ข้อคือ 1.สถานการณ์พรรคเปลี่ยนแปลงในเชิงอุดม การณ์อย่างมาก การประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเหมือนรู้ผลก่อนล่วงหน้า แนวทางการเมืองของพรรคขณะนี้ ทิ้งอุดมการณ์พรรคไปลงมติให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ทั้งที่พรรคมีมติงดออกเสียง คือความชัดเจน ทิศทางพรรคในเชิงอุดมการณ์เปลี่ยนแปลง 2.มีคนกลุ่มหนึ่งในพรรคให้ความสำคัญคำว่าพรรคพวกมากกว่าจุดยืนการเมืองที่ชัดเจน มากกว่าอุดมการณ์ที่มีมายาวนานของพรรค เพราะปราศจากจุดยืนทางการเมือง 3.ทิศทางพรรคประชา ธิปัตย์ไม่เปิดโอกาสให้ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในที่ประชุมมีผู้เสนอตัวลงสมัครหัวหน้าพรรค แต่ต้องใช้การงดเว้นข้อบังคับ แต่ปรากฏว่า มีมติไม่ให้ลงสนามเลือกตั้ง แสดงถึงการเปลี่ยน แปลงพรรคไม่เป็นไปในทิศทางที่มีจุดยืนการเมืองที่ชัดเจน แต่ใช้ความเป็นพรรคพวกมาตัดสินในการนำพาพรรค 4.คนที่จะมานำพาพรรคไม่รักษาสัจจะ อย่าว่าแต่เป็นผู้บริหารพรรค เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้ เพราะคำพูดและสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนในที่สาธารณะเปรียบเสมือนนโยบายที่ต้องรักษา นักการเมืองที่ดีต้องพึงรักษา

ให้รอดูบทลงโทษจาก ปชช.

นายสาธิตกล่าวว่า ถ้านักการเมืองที่มีคุณสมบัติเช่นนี้มานำพาพรรค ทิศทางในอนาคตพรรคประชา ธิปัตย์จะถูกประชาชนลงโทษ จึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค มีความผูกพันกับพรรคและจะดูว่าคนที่จะบริหารพรรคจะนำพรรคไปสู่จุดไหน จะติดตามเฝ้าดู ถ้ามีโอกาสก็พร้อมจะกลับมาร่วมงานกับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในโอกาสต่อไป ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะไปอยู่พรรคใด แต่วันนี้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค เป็นการตัดสินใจคนเดียว ส่วนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีแนวความคิดตรงกันก็แล้วแต่จะตัดสินใจ ไม่ได้ชักชวนใคร

“เสี่ยต่อ” เร่งสร้างเอกภาพ ปชป.

ต่อมาเวลา 15.20 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า แนวทางฟื้นฟูพรรคอันดับแรกต้องสร้างความเป็นเอกภาพในพรรค ขอให้ทุกคน ทุกรุ่นช่วยกัน พรรคมีผู้สนับสนุนทุกรุ่น หากมาร่วมมือกันก็เริ่มต้นได้ คณะทำงานต่างๆชุดใหม่ต้องพร้อมทำงานทันที จะประเมินผลทุก 3 เดือน เพิ่งตัดสินใจรับเป็นหัวหน้าพรรคตอน 22.00 น.คืนวันที่ 8 ธ.ค. โดยการประเมินผล จะดูทั้งเงื่อนไขข้อบังคับพรรค คุณสมบัติการเปิดกว้างยุทธศาสตร์พรรค นโยบายพรรค การสื่อสารกับมวลชนตามโซเชียล 3 เดือนแรกต้องมีรูปธรรมให้เห็นว่า พรรคมีการเปลี่ยน แปลงจริง เราจะมาช่วยกันสร้างพรรค

ยืนยันไร้ข้อขัดแย้ง “อภิสิทธิ์”

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร นายอภิสิทธิ์จึงประกาศลาออก นายเฉลิมชัยตอบว่า ได้เรียนนายอภิสิทธิ์ว่า ไม่ออกได้หรือไม่ แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่า เพื่อให้สบายใจ ไม่ถูกวิจารณ์ว่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของกรรมการบริหารพรรค ก็ต้องเคารพการตัดสินใจนายอภิสิทธิ์ แต่นายอภิสิทธิ์บอกว่า พร้อมกลับมา ตนก็พร้อม อยากให้ท่านกลับมา ยืนยัน กับนายอภิสิทธิ์ไม่มีปัญหาขัดแย้งอะไรกันสักนิดเดียว ยังพูดเหมือนเดิมมองตาก็รู้ใจ ทำงานกับท่านมานาน จนรู้ใจกันและกัน แต่ว่าการพูดกันในวันนี้เป็นการพูดเปิดในสิ่งที่ตนเจออะไร แล้วท่านคิดอะไร มาแลกเปลี่ยนกัน การตัดสินใจลาออกจากพรรค นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจมาแล้ว เพียงแต่เราพูดคุยกัน ซึ่งนายอภิสิทธิ์และตนก็เข้าใจ นายอภิสิทธิ์และตนกรีดเลือดออกมาเป็นสีฟ้า ต่างคนต่างรักพรรค วันนี้มาเพื่อแก้วิกฤติพรรคให้เดินไปได้ พรรคประชาธิปัตย์จะปรับเปลี่ยน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนนอกเข้าพรรคมากขึ้น เป็นความตั้งใจ

แทงกั๊กอนาคตร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่ามีการพูดกับนายอภิสิทธิ์เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ทำให้นายอภิสิทธิ์ลาออก นายเฉลิมชัยตอบว่า ไม่ได้คุยรายละเอียดตรงนั้น แต่บอกที่ประชุมว่า ขอให้เชื่อมั่นว่า ตนอยู่พรรคมา 22 ปี หลักการอุดมการณ์พรรคไม่เคยเปลี่ยน หากใครบอกประชาธิปัตย์ไม่มีจิตวิญญาณแล้วขอให้มองด้วยใจเป็นธรรม วันนี้ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน วันที่ 12 ธ.ค.ที่เปิดสมัยประชุมสภา จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านสมบูรณ์และเข้มแข็งที่สุด เมื่อถามย้ำว่าประชาธิปัตย์จะไม่ไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า ตอนนี้เป็นฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าในอนาคตหากมีการทาบทามหรือเกิดอุบัติเหตุการเมือง พรรคพร้อมจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า ต้องนึกถึงประโยชน์ประเทศและพรรค ไม่ใช่ตัวบุคคล ไม่มีการตัดสินใจง่ายๆเด็ดขาด มาทำภารกิจให้พรรค ดังนั้นพรรคต้องเดินไปข้างหน้าก่อน ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครเดาได้ แต่หลักการอุดมการณ์พรรคต้องอยู่ เมื่อถามว่าขณะนี้มีการลาออก 2 คน คือ นายอภิสิทธิ์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ และ สส.อีก 4 เสียงไม่มีมติให้นายเฉลิมชัยเป็นหัวหน้าพรรค จะมีแนวทางสร้างเอกภาพอย่างไร นายเฉลิมชัยตอบว่าจะพยายามเต็มที่ คุยทุกฝ่ายให้มาช่วย ส่วนผู้อาวุโสทั้งนายชวน นายบัญญัติ  ต้องไปพูดคุยเพราะเป็นปูชนียบุคคลไปปรึกษาอยู่แล้ว ไม่มีใครรักพรรคน้อยกว่าใคร

โยนถาม สส.ตอบปมกลับกลอก

เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ว่าพรรคจะยิ่งแตกสมาชิกจะยิ่งไหลออก นายเฉลิมชัยตอบว่า ตัดสินใจมาอยู่ตรงนี้ก็ไม่กลัว เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล อยู่ที่เรารักพรรคจริงหรือไม่ ส่วนที่เคยบอกจะเลิกเล่นการเมือง แล้วกลับคำพูดครั้งนี้ เหมือนเป็นการกลับกลอกหรือไม่นั้น กลับกลอกหรือไม่ต้องถาม สส.และกรรมการบริหารพรรค ทุกคนพร้อมตอบ เพราะคือข้อเท็จจริง ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้ แต่คิดว่าตอบชัดเจนแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ตนก็ไม่ได้ปัดเรื่องนี้

ลั่น ปชป.ไม่เป็นอะไหล่ให้ใคร

กระทั่งเวลา 18.40 น. นายเฉลิมชัยกล่าวปิดประชุมใหญ่  วิสามัญว่า ในนามกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่กราบขอบคุณนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคที่อยู่กันด้วยความผูกกัน มีข่าวดีและข่าวร้ายแจ้งให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ข่าวดีคือแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ส่วนข่าวร้ายคือต้องทำงานหนักตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ขอให้คำมั่นสัญญากับชาวประชาธิปัตย์ว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้จะยึดมั่นอุดมการณ์และหลักการ จะไม่เป็นอะไหล่ให้พรรคไหน การเริ่มต้นที่สำคัญคือการขับเคลื่อนพรรค เริ่มทำทันทีทั้งในพรรคและสภาฯจะทุ่มเททุกอย่างให้ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านสมบูรณ์และเข้มแข็งที่สุด เชื่อมั่นว่าเรามีความเป็นเอกภาพสามารถนำสิ่งที่สูญเสียกลับมาได้

ให้สิทธิ ปชป.ย้ายวิกร่วมรัฐบาล

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ อาจทำให้ท่าทีพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนไปเข้าร่วมรัฐบาลว่า เป็นสิทธิแต่ละพรรค แต่ ณ วันนี้ ยังพูดคุยกับวิปพรรคประชาธิปัตย์ในลักษณะการร่วมงานในฐานะพรรคฝ่ายค้านตามปกติ

“เศรษฐา” ขน ครม.ลุยเมืองกาญจน์

เมื่อเวลา 10.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายก รัฐมนตรีและ รมว.คลัง เดินทางไปตรวจราชการ จ.กาญจนบุรี จุดแรกที่เดินทางมาถึงคือ ศูนย์ประสานงานอำเภอท่ามะกา นายกรัฐมนตรีและคณะประกอบด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคมร่วมพบปะและทักทายประชาชนที่มาให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบ และบางส่วนถือป้ายสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นายเศรษฐากล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า 3 เดือน ที่เข้ามาบริหารประเทศ บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ แต่รัฐมนตรีและทีมงานพร้อมรับใช้ประชาชนเต็มที่เสียงสะท้อนเรื่องหนี้สินนอกระบบ ยาเสพติด การค้าการลงทุนยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลจะทำงานอย่างเข้มแข็ง แต่เรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจคือค่าแรงขั้นต่ำ เชื่อว่าหลายคนเป็นห่วงอยู่ ส่วนตัวถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลเรื่องค่าแรงขั้นต่ำต้องถูกยกระดับขึ้นมา ยอมรับไม่ได้ที่มีการประกาศกันเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. คงต้องพูดคุยกันในเวทีที่เหมาะสม ใช้เหตุผลคุยกัน ยอมรับไม่ได้ ต้องแก้ไขต่อไป

ยันแจกเงินหมื่นทัน พ.ค.2567

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนถือป้ายเรียกร้องโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่า ขณะนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ส่งคำถามให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ทุกอย่างมีความคืบหน้า แต่ยังไม่ทราบคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบกลับมาว่าอย่างไร ยังไม่ได้คุยกัน แต่ยืนยันเราทำดีที่สุด ให้เหตุผลดีที่สุดไปแล้ว ไม่ต้องล็อบบี้ เมื่อถามว่าคำถามที่ส่งไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นอย่างไร นายเศรษฐาตอบว่า เป็นเรื่องที่พูดคุยกันว่าโครงการดังกล่าวเร่งด่วนจำเป็นหรือไม่ เรายืนยันเป็นเรื่องเร่งด่วน โครงการนี้รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นการยกระดับ ไม่ใช่โยนภาระให้นายจ้างอย่างเดียว พยายามลดค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรมให้ประชาชนที่อยู่ชายขอบสังคม ถ้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตออกมาเดือน พ.ค.2567 อยากให้ลองคิดตามว่า เงินจะเข้าระบบ 4-5 แสนล้านบาท การจ้างงานและการผลิตจะสูงขึ้นหรือไม่ นายจ้างจะมีรายได้สูงขึ้นหรือไม่ การขายของจะดีขึ้นหรือไม่ จึงอยากวิงวอน อ้อนวอน ไม่รู้จะใช้คำอะไรแล้ว ยังมั่นใจโครงการจะคลอดออกมาสำเร็จในเดือน พ.ค.2567 ไม่มีตัวชี้วัดอะไรบอกว่า จะไม่สำเร็จ

โต้มุ่งทำแต่ดิจิทัลวอลเล็ต

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวทางสำรองหรือไม่ หากมีปัญหาจนโครงการไม่ได้ออกมาตามกำหนดนายเศรษฐาตอบว่า ต้องดูปัญหาคืออะไร คำถามหรือข้อโต้แย้งคืออะไร ส่วนการสร้างวาทกรรมโครงการดิจิทัลวอลเล็ตใช้ได้ไม่ทุกคน แต่เป็นหนี้ทั่วถึงทุกคนนั้น ก็เป็นวาทกรรม อธิบายมาเยอะแล้ว รับฟังผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่บอกอย่าไปแจกทั่ว คนรวยไม่ต้องแจก จึงย้อนถามกลับไปว่า อะไรคือคนรวยก็ไม่มีคำตอบกลับจึงขีดเองว่า คนรวยคือเท่าไหร่ สุดท้ายได้ว่า ต้องมีเงินฝากไม่ถึง 5 แสนบาท รายได้ต่อเดือนไม่ถึง 7 หมื่นบาท เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกต รัฐบาลทุ่มเวลาให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ออกมาช้า นายกฯย้อนว่า สื่อเห็นว่า ตนทำแต่เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ วันที่ 8 ธ.ค.ทำเรื่องหนี้นอกระบบ สัปดาห์ก่อนลงพื้นที่ดูเรื่องชายแดน ทำอยู่เรื่องเดียวหรือไม่ เราไม่ได้ทำเรื่องเดียว เรื่องการท่องเที่ยวก็ทำ ทำหลายเรื่องเต็มที่ จากนั้นนายกฯกล่าวติดตลกว่า วันนี้วันอะไร เมื่อสื่อตอบว่า “วันเสาร์” นายกฯก็ย้อนถามว่า “แล้วส่วนมากเขาทำอะไรกัน”

แฟนบอลมอบเสื้อเบอร์ 10

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อมายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี  เป็นประธานประชุมหารือแนวทางพัฒนาและแก้ปัญหาภาพรวม จ.กาญจนบุรี โดยเยี่ยมชมนิทรรศการสินค้าโอทอป สินค้าวิสาหกิจชุมชน ชิมขนมทองโยะที่เป็นขนมพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยง ชมผลผลิตการเกษตรของกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ พร้อมรับมอบเสื้อฟุตบอลสีแดง สโมสร DP Kanchanaburi FC (Dragon fc) ทีมฟุตบอลไทยลีกที่ด้านหลังสกรีนชื่อนายกรัฐมนตรีและหมายเลข 10 จากประชาชนที่เป็นแฟนคลับ โดยนายกฯอวยพรให้ทีมขึ้นชั้นดิวิชันหนึ่งฤดูกาลหน้า

สั่งติวเข้มแก้ปัญหาที่ดิน–น้ำ

จากนั้นนายกฯหารือแนวทางพัฒนา จ.กาญจนบุรี ที่มีการเสนอแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ภัยแล้ง ที่ดิน ระบบระบายน้ำท่วม การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อน โดยนายกฯกล่าวว่า วันนี้รับฟังบรรยายสรุปรู้สึกว่า ผู้บริหาร ทั้ง สส. อบจ. ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทราบว่่าผู้ว่าฯเกิดและโตที่นี่  หวังว่าจะทำงานต่อที่นี่ และทำงานร่วมกับ สส.ทุกพรรคดีมาก ให้ความเป็นกลาง อย่าไปคิดเป็นพรรคใด ทำเพื่อประชาชน การบรรยายสรุปที่นี่ดีกว่าจังหวัดอื่นๆ ความพร้อมทุกอย่างมีหมดอาจเป็นเพราะมีรัฐมนตรีมาครบทุกกระทรวง ต่อไปนี้คงต้องมาครบทุกกระทรวง ขอตอกย้ำบางเรื่อง เช่น การแก้ปัญหาจัดสรรที่ดินตั้งแต่ปี 2481 มีปัญหานานมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุยกันให้จบ ให้จบที่รุ่นนี้ หากแก้ปัญหาที่ดินได้จะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้ดีมาก จะกู้เงินที่ไหนก็ต้องมีสินทรัพย์ไปวางคือที่ดิน ส่วนการบริหารจัดการน้ำระบบชลประทานอยู่ในแผนงานที่ต้องจัดการอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาน้ำท่วม แต่ปัญหาน้ำแล้งเยอะ หากไม่แล้งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์การเกษตรและรายได้ต่อหัวคงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีแหล่งน้ำเยอะตามเขื่อนต่างๆ

แขวะ ททท.ใส่ใจเมืองกาญจน์

นายกฯกล่าวว่า ส่วนศักยภาพการค้าชายแดน มีความเสียเปรียบหัวเมืองหลักภาคอีสาน เพราะความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่อยากให้ชาวกาญจนบุรีหมดหวัง เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคงต้องมีส่วนร่วมในการนำความสงบมาได้ ขณะที่การท่องเที่ยวแปลกใจที่ ผวจ.กาญจนบุรีบอก จ.กาญจนบุรีเป็นอันดับ3ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามา เคยบอกไปแล้วจำนวนคนเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องใหญ่คือการจับจ่ายใช้สอย ระยะเวลาที่อยู่ผู้ว่าฯบอกว่า นักท่องเที่ยว 1 คนใช้เงินแค่ 1,000 กว่าบาท บางทีโรงแรมหนึ่งคืนยังไม่ได้เลย แสดงว่ามาเช้าเย็นกลับ ไม่ค้าง ฝากทีมงานคุยกับผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มัวแต่ไปอังกฤษ เบอร์ลิน อยากให้มาดู จ.กาญจนบุรี ดูแลจังหวัดที่เดือดร้อนหน่อย ททท.กาญจนบุรีทราบว่าจังหวัดนี้ศักยภาพสูง อย่าตะแบงตัวเลขอย่างเดียว คนมาเยอะไม่ช่วยรายได้ รายจ่ายต่อหัว ระยะเวลาที่อยู่ ต้องลงพื้นที่ให้หนัก

“นายกฯ-เสี่ยหนู” ปล่อยปลาไหล

เวลา 14.35 น. นายเศรษฐาและคณะเดินทางไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว อ.เมืองกาญจนบุรี ชมงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ปี 2566 มีประชาชนมามอบดอกไม้ ถ่ายรูป ผูกผ้าขาวม้า เข้าสวม กอดนายกฯ ก่อนจะแซวนายกฯว่า “นายกฯงวดนี้ขอ 30 นะคะ” โดยนายกฯ ยิ้มเขินก่อนที่จะกล่าวขอบคุณ ระหว่างนั้นมีประชาชนมาขายปลาไหลให้นักท่องเที่ยวปล่อยที่กลางสะพานข้ามแม่น้ำแคว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ควักเงินส่วนตัวซื้อปลาหมอและปลาไหลให้นายเศรษฐาและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ปล่อยที่กลางสะพาน โดยนายกฯยืนถ่ายภาพกลางสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นที่ระลึกกับรัฐมนตรีและสส.ที่ร่วมคณะ ระหว่างนั้นรถไฟสายน้ำตก-ธนบุรีแล่นผ่าน นายกฯจึงเดินลงจากสะพานมาโบกมือให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวบนรถไฟ โดยนายกฯ กล่าวกับนายอนุทินว่า “นักท่องเที่ยวฝรั่งเยอะ”

เปิดมหกรรมศิลปะร่วมสมัย

จากนั้นเวลา 19.00 น. ที่หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานเปิดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐากล่าวเปิดงานว่า การจัดงานครั้งนี้มีศิลปินร่วมสมัยชาวไทยและต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก 60 คน จาก 21 ประเทศ มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกับเครือข่ายศิลปินเชียงราย โดยใช้พลังซอฟต์พาวเวอร์ต่อยอดยกระดับกิจกรรมงานเทศกาลประเพณีไทยและศิลปวัฒนธรรมจากระดับประเทศสู่ระดับโลก กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว สอดคล้องแนวทางการส่งเสริมโครงการ Winter Festival ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ จึงเป็นกลไกสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนา จ.เชียงราย ก้าวสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเมืองศิลปะระดับโลก มหกรรมศิลปะครั้งนี้จะเป็นวาระสำคัญจุดประกายให้ศิลปินไทยนำทุนวัฒนธรรมของบ้านเมือง มาแสดงศักยภาพนำประเทศไปสู่การเป็นสังคมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ต่อไป

คดีทุจริต “ทักษิณ” เป็นคดีการเมือง

วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงแนวทางนิรโทษกรรมเพื่อสร้างปรองดองในหัวข้อ “EP2 คดีทุจริต VS คดีการเมือง” ว่า ถกแถลงเรื่องนี้ในบริบทความเห็นทางวิชาการ เพื่อประโยชน์การศึกษากระบวน การยุติธรรม คงไม่ถูกกล่าวหาทำเพื่อใครแน่นอน เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้รับพระ ราชทานอภัยโทษ คงออกมาสู่อิสรภาพอีกไม่นานนี้ ส่วนตัวมองว่าคดีทุจริตสมัยนายทักษิณเป็นคดีการเมืองหรือไม่ เนื่องจากหากเป็นคดีการเมืองจะมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับกฎหมายนิรโทษ กรรมที่จะพิจารณากันเร็วๆนี้ ความเห็นฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่า คดีนายทักษิณเป็นคดีทุจริต เพราะถูกกล่าวหาทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่ใช่คดีการเมืองที่ควรได้รับนิรโทษกรรมเพื่อความปรองดอง แต่เนื่องจากการเริ่มต้นคดีเกิดจากการรัฐประหารปี 2549 คณะรัฐประหารจัดตั้งองค์กรพิเศษ คตส.เป็นการตั้งองค์กรซ้ำซ้อนกับ ป.ป.ช. จึงเชื่อว่าคดีนายทักษิณเป็นคดีการเมือง เพราะเริ่มต้นและจบลงด้วยอำนาจทางการเมืองของเผด็จการทั้ง 2 ครั้ง ส่วนตัวไม่ได้มองว่าให้นิรโทษกรรมนักโทษคดีทุจริต ใครผิดว่าไปตามผิด ขอเพียงให้โอกาสเขาเหล่านั้นถูกพิจารณาคดีใหม่ ตามระบบปกติของกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และหลักนิติธรรมที่ควรจะเป็นเท่านี้ก็พอ

กระทุ้งเร่งนำงบฯ 67 เข้าสภาฯ

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า สส.รวมไทยสร้างชาติพร้อมทำงานเป็นตัวแทนประชาชนในสภา ทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาฯ เนื่องจากมีกฎหมายสำคัญรอเข้าพิจารณาจำนวนมาก อาทิ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยสิทธิสมรสเท่าเทียม ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 เป็นกฎหมายสำคัญมาก มีผลโดยตรงต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หากล่าช้าอาจกระทบต่อโครงการต่างๆโดยเฉพาะด้านการลงทุนได้ ฝากรัฐบาลเร่งมือส่งร่างกฎหมายงบประมาณเข้าพิจารณาโดยเร็ว ขณะนี้กระทรวงการคลังส่งร่างให้สำนักงบประมาณแล้ว คาดจะส่งเข้าสภาได้ต้นเดือน ม.ค.2567 หากพิจารณาได้เร็วจะส่งผลดีต่อการบริหารทุกหน่วยงานที่จะขับเคลื่อนงานพัฒนาประเทศ แก้ความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ทันที

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่