ล้วนเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก เพราะมันบ่งบอกถึงสภาพสังคมไทยที่มีปัญหาแค่เรื่องตั๋ว ผกก.ก็เข้าถึงผู้คนแล้ว

ความยุติธรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐ

อย่างที่ตำรวจไล่ล่า “เสี่ยแป้ง” บนเทือกเขาบรรทัดหลายวันแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้จนผู้ถูกไล่ล่าต้องถ่ายทำคลิปตัวเองบอกถึงสาเหตุที่เกิดปัญหาจนต้องหนีคุก

ก็เพราะความไม่ยุติธรรมที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแต่คนเราถ้าไม่หนักหนา คงไม่ยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงทนติดคุกอีกไม่เท่าไรก็ได้ออกแล้ว

ทำให้ตำรวจ-อัยการร้อนตัวกันเป็นแถวเพราะถูกพาดพิงถึง

นั่นเรื่องหนึ่ง!

อีกเรื่องที่กำลังฮอตๆอยู่ในเวลานี้ก็คือ “องค์กรนรก” ในคราบนักศึกษาสถาบันการศึกษาประเภท “ช่าง” ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นมาได้

เหตุเพราะมีการยิงนักศึกษาคนหนึ่งและพลาดไปถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งจนเสียชีวิตทั้ง 2 คนกลางกรุงนี่แหละ...

ตำรวจเกาะติดไล่ล่าเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่นักเรียนตีกันหรือต่างสถาบันเปิดศึกล้างแค้นกันธรรมดา ทว่ามีการทำงานกันเป็นทีมจนสุดท้ายได้ความว่า ทำงานกันเป็นองค์กรมีรุ่นพี่ร่วมอยู่ด้วย

พูดง่ายๆว่าเป็น “แก๊ง” อาชญากรรมก็ว่าได้

เมื่อเป็นองค์กรก็ต้องมีระบบการจัดการที่ประกอบไปด้วยรุ่นพี่ คนนอก และนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่

มีการลงขันสมทบทุนเพื่อดำเนินงาน

มีการจัดตั้ง อบรม ปลุกขวัญ และเชิดชูเกียรติ หากใครสามารถปฏิบัติการได้สำเร็จถือว่ามีผลงานที่ควรยกย่อง

ที่สำคัญมี “ทุนลับ” จากกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายให้การสนับสนุนด้วย เพื่อใช้ในการปฏิบัติการล้างแค้นหรือประกอบอาชญากรรมร้ายแรง

นอกจากนั้น ยังเช่าบ้านเพื่อเป็นที่ซ่องสุมเพื่อปลุกขวัญและล้างสมองไม่ต่างกับศูนย์บัญชาการใหญ่

...

“องค์กรนรก” นี้ทำกันมานานแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ มีแต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นที่พากันสงสัยในพฤติกรรม แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปข้องแวะ

ครูบาอาจารย์ในสถาบันก็ไม่มีใครทราบและรู้ถึงความเป็นไป

มารู้ก็ตอนที่ตำรวจไล่ล่าจนได้ข้อมูลและนำมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้

ต้องชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถแกะรอยจนสามารถเจาะเข้าไปถึงขุมข่ายของแก๊งนี้และยังจับกุมได้ส่วนหนึ่ง

ว่ากันว่ามีสมาชิกรวมกันเกือบ 100 คน ถือว่าไม่ธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะสามารถจัดตั้งเป็นองค์กรที่ผิดกฎหมายเพื่อประกอบอาชญากรรม

สังคมต้องตื่นกันได้แล้ว

ครูบาอาจารย์ กระทรวงที่รับผิดชอบจะต้องเข้าถึงพฤติกรรมของนักศึกษาในแต่ละสถาบันว่า เป็นไปอย่างไร

“รุ่นพี่” ที่พ้นจากสถาบันไปแล้วก็ต้องใส่ใจเรื่องนี้ด้วยไม่ใช่หนุนหลังหรือยุยงให้เกิดปัญหา เพราะติดความเป็น “สถาบัน” อย่างไร้เหตุผล

นายกรัฐมนตรี” อย่าใส่ใจแต่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ควรหันมามองปัญหาสังคมบ้าง!

“สายล่อฟ้า”

คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม