“นายกฯ นิด” กำชับ ฟ้องร้องผู้รับเหมาทำผิดสัญญาการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) ก่อนตรวจด่านคลองลึก แนะ เดินหน้าวันสต็อปเซอร์วิส จับมือผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ชื่นมื่น ร่วมพัฒนาค้าชายแดน 

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) ติดตามความคืบหน้าพื้นที่ก่อสร้างอาคาร CIQ ของกรมศุลกากร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดย นายเศรษฐา กล่าวถึงการก่อสร้างสะพานข้ามแดนที่เกิดการล่าช้าว่า จากการรายงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ทราบว่าผู้รับเหมารายเดิมเกิดการผิดสัญญาจึงทำให้ต้องหาผู้รับเหมารายใหม่ จึงสั่งให้ทางกรมศุลกากรเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากสะพานฝั่งกัมพูชาจัดทำแล้วเสร็จ แต่ฝั่งไทยยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมกำชับให้ทำการฟ้องร้องผู้รับเหมารายเก่าที่ทำผิดสัญญา และให้ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งรัดการจัดสร้างสะพานและอาคารจุดผ่านแดนให้แล้วเสร็จพร้อมกันทั้ง 2 อย่าง เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ 

...

ในช่วงหนึ่ง เจ้าหน้าที่รายงานถึงปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่มีสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในการบำรุงรักษาสะพานผ่านแดน ที่ทางกัมพูชาไม่เรียกเก็บ แต่ทางไทยจะมีการเรียกเก็บ นายเศรษฐา ระบุ ตนเกรงว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต จึงจะมอบให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปพิจารณาและดูรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว 

จากนั้นเวลา 13.25 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางต่อมาที่ศูนย์ราชการสะดวก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่การรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดย นายเศรษฐา เผยว่า นโยบายหลักของรัฐบาลต้องการส่งเสริมการค้าขายระหว่างประเทศ อยากให้ จ.สระแก้ว เป็นศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งการขนส่ง การค้า แต่ยังขาดอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ และอื่นๆ ในการดำเนินงาน โดยการขนส่งและการค้าขายที่นี้ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท มีปริมาณสูงมาก 

ดังนั้น ไม่ใช่แค่การอำนวยความสะดวกเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนน แต่เรื่องซอฟต์แวร์และวันสต็อปเซอร์วิส เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนข้อเสนอของพื้นที่ให้ตั้งกงสุลไทยที่เมืองเสียมเรียบ (เสียมราฐ) ประเทศกัมพูชา และการทำพาสสปอร์ตที่บริเวณจุดผ่านแดนนี้ ให้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศว่ามีแนวคิดอย่างไร สามารถทำได้หรือไม่ อะไรที่ทำได้ให้ทำก่อน เพราะประชาชนเข้าออกบริเวณนี้ปีละกว่า 10 ล้านคน น่าจะมีศูนย์กลางการทำพาสปอร์ตที่นี่ได้เพื่ออำนวยความสะดวก

ต่อมา นายเศรษฐา พร้อมด้วย นายสุริยะ และ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินเท้าไปบริเวณสะพานมาตรภาพ เพื่อพบกับ นายอุม เรียแตร็ย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย และถ่ายภาพร่วมกัน พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดย นายเศรษฐา กล่าวในช่วงนี้ว่า ถือเป็นความร่วมมือของสองประเทศ เพราะทั้ง 2 ประเทศถือเป็นที่รักกันดี ดังนั้น เรื่องการค้าขายเป็นเรื่องสำคัญ การประชุมที่ฝ่ายไทยเองได้พยายามที่จะพัฒนาทั้งชายแดนกัมพูชาและไทย ยกระดับเรื่องการค้าขายให้ดีขึ้น อยากจะฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องของการเข้าออกและต่างๆ นานาที่เกี่ยวกับศุลกากร การตรวจคนเข้าเมืองก็ขอให้ช่วยกันทำให้ดีขึ้น เพื่อความสะดวกในการค้าขาย 

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย กล่าวว่า มีการประชุมกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และได้มอบนโยบายอย่างหนึ่งมาคือ ต่อไปให้เร่งดำเนินการ ชาวไทยที่อยู่ใน จ.สระแก้ว ให้ถือบอร์ดดิ้งพาสไปถึง จ.เสียมเรียบ