“เทพไท” อดีต สส.นครศรีธรรมราช ปชป. วอน 2 ขั้วในพรรคลดทิฐิ รักษา ปชป. ขออย่ายึดติด ทำพรรคพังคามือด้วยความสะใจ ขอวิงวอนให้ผู้ที่ไม่หวังดีต่อพรรค เสียสละเดินออกไปจากพรรค ทิ้งพรรคไว้ให้กับคนข้างหลัง
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในเพจ “เทพไท เสนพงศ์ -คุยการเมือง” ในหัวข้อเรื่อง “ห่วงใยประชาธิปัตย์เสมอ” มีใจความว่า
ผมได้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ตั้งแต่ยังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ซึ่งคาราคาซังมาเป็นเวลานานพอสมควร ในฐานะที่เป็นสมาชิกเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังมีความผูกพันทางด้านจิตใจอยู่เสมอ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมือง ที่ให้กำเนิดชีวิตทางการเมืองของผม ในตัวของผมยังมีเลือดสีฟ้าอยู่เต็มตัว และไม่มีวันที่ผมจะคิดร้ายทำลายพรรคนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ให้กำเนิดชีวิตทางการเมืองขึ้นมา ด้วยความห่วงใย อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่อายุยาวนานถึง 78 ปี เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนมามากมาย นานัปการ ยุติความขัดแย้งภายในพรรค ผมอยากจะให้ทุกฝ่ายลดทิฐิ หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ สมาชิกคนใดที่ไม่สามารถยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคได้ ก็ควรจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกที่ดี
“การพูดคุยเพื่อจากกันด้วยดี จะทำให้พรรคไม่บอบช้ำไปมากกว่านี้ การโหวตขับตัวเองออกไป เพื่อไปหาพรรคการเมืองใหม่ที่มีแนวทางการเมืองตรงกันเข้าสังกัดต่อไป ไม่ควรใช้เสียงข้างมากยึดอำนาจการบริหารพรรค จนล่มสลายคามือตัวเอง แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเหลือ ส.ส.จำนวนไม่ถึง 10 คนก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้ ถ้าหากพรรคยังธำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์ 10 ข้อ ที่ประกาศไว้ตั้งแต่วันก่อตั้งพรรค 6 เมษายน 2489 ปัญหาของพรรคที่ประสบอยู่ในขณะนี้ เป็นความขัดแย้งของขั้วการเมืองภายในพรรค ระหว่างกลุ่มผู้อาวุโสที่ยังไม่ได้วางมือทางการเมือง ยังคงดำรงเป็นสมาชิกอาวุโสของพรรคต่อไป และอยากจะฟื้นฟูกอบกู้พรรคให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม
...
กับอีกกลุ่มหนึ่ง ที่หัวหน้ากลุ่มได้ประกาศวางมือทางการเมืองตลอดชีวิตไปแล้ว แต่ยังต้องการมีอำนาจภายในพรรค ผ่านลูกน้องและบริวาร เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากความอคติ ไม่ยอมแพ้กัน ระหว่าง 2 กลุ่ม ซึ่งจะนำมาซึ่งความตกต่ำ และอาจจะล่มสลายไปในที่สุด ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งในพรรคต้องการอย่างนั้นจริง ถ้าพรรคจะพัง ก็ขอให้พังด้วยมือของกลุ่มตัวเอง ด้วยความสะใจ ผมขอวิงวอนให้ผู้ที่ไม่หวังดีต่อพรรค เสียสละเดินออกไปจากพรรค ทิ้งพรรคไว้ให้กับคนข้างหลัง แม้ว่าพรรคจะเหลือเพียงซากปรักหักพังก็ไม่เป็นไร ก็ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ยังคงดำรงอยู่ทางการเมืองของประเทศต่อไป ในอนาคตไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคเล็ก หรือพรรคใหญ่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ขอเพียงให้มีชื่อคำว่า “ประชาธิปัตย์” ประดับไว้ในทำเนียบพรรคการเมืองของประเทศต่อไป ฉันรักเธอนะประชาธิปัตย์” นายเทพไท ระบุทิ้งท้าย.