“ชาดา” มอบนโยบายกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ลุยจัดการยาเสพติด ควบคุมอาวุธปืน จี้บัญชีผู้มีอิทธิพลลงลึกระดับอำเภอ น้ำประปาดื่มได้ให้มีจังหวัดละ 1 แห่งเป็นอย่างน้อยในปี 67 

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายส่วนภูมิภาค ประจำปี 2567 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน (พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท) นับเป็นการลงพื้นที่ต่อเนื่อง จากการที่ได้ออกตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายชาดา ได้ประชุมหารือวงเล็กกับหัวหน้าส่วนราชการของแต่ละจังหวัด พร้อมกำชับเรื่องของการป้องกัน และปราบปรามปัญหายาเสพติด ก่อนจะพบข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด โดยระบุว่า ปัญหายาเสพติดเราต้องให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ ปัจจุบันปัญหานี้มีความรุนแรงมาก เวลานี้ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องช่วยบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหา 

“ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต้องให้ความสำคัญกับเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะในยุคโซเชียลที่อาจได้รับข้อมูลที่ผิดหรือยังไม่ได้รับการกลั่นกรอง เราต้องคอยสอดส่องดูแล อย่ามองว่าเด็กเหล่านี้เกเร ควรดึงให้เด็กกลุ่มนี้มาช่วยงาน ให้เขามีกิจกรรม ส่งเสริมทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคม”

พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำนโยบาย 10 ข้อที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายไว้ โดยเฉพาะเรื่องการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่น น้ำดื่มสะอาดฟรี เพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาสะอาด น้ำประปาดื่มได้ ที่ตั้งเป้าให้ทั้งการประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค อย่างน้อยให้มีจังหวัดละ 1 แห่งในปี 2567 รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันของทุกส่วนราชการ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด 

...

วันนี้ มาเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ภายใต้การบูรณาการ ระหว่างทีมมหาดไทย และทีมจังหวัด โดยยึดหลัก ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที ใช้กลไกผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ หรือ ผู้ว่า CEO คำนึงถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และต้องวัดผลสัมฤทธิ์ได้ 

“มหาดไทย ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ถ้าเส้นเลือดดี ร่างกายก็จะดีตาม ใช้การได้ดี เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนท้องถิ่น ควรช่วยกันทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกัน” 

รมช.มหาดไทย ระบุต่อไปว่า จากเดิมที่ตั้งปณิธานไว้ว่า ชีวิตที่เหลือนี้เพื่อคนอุทัยธานี แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยน เป็น ชีวิตนี้เพื่อคนไทยและสถาบันหลักของชาติ พร้อมเชิญชวนให้พวกเรามีความรักต่อสถาบันหลักของประเทศ ไม่ว่าความเป็นชาติไทย ศาสนาทุกศาสนาที่สอนให้พวกเราเป็นคนดีของสังคม ที่สำคัญคือความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ยึดโยงความรักและความสามัคคีของคนไทยต่อกันไว้

สำหรับนโยบายที่มอบ มีดังนี้ 

1. สนับสนุนการปฏิบัติให้นโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจที่ต้องเร่งฟื้นฟู โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจฐานราก และขอให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขจัดปัญหาการทุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมไปถึงส่งเสริมให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ให้ประชาชนมีความสะดวกสบายในการรับบริการภาครัฐให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 

2. ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ต้องมีให้น้อยที่สุดหรือไม่ให้มีเลย ต้องช่วยกันสอดส่อง มีการจับกุม มีการบำบัดรักษาและช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง 

3. ปัญหาเรื่องอาวุธปืน ไม่ว่าจะมีทะเบียนหรือไม่มี ต้องตรวจตราและจับกุมอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขอมีอาวุธปืน ต้องมีการตรวจสอบถึงความจำเป็น และการอนุญาตให้พกพาต้องควบคุมให้เข้มงวดกว่านี้ 

4. ปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน ได้ตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอขึ้น มีหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ ร่วมกับส่วนราชการ โดยขอให้บูรณาการข้อมูลกัน ให้เกิดข้อมูลกลางเพื่อนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

5. ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเสาหลักและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในพื้นที่  เล่นเพลงเดียวกันให้ได้ จะได้เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้.