โฆษกรวมไทยสร้างชาติ ซัดหนัก “ชัยชนะ” สส.ประชาธิปัตย์ อดีตเพื่อนร่วมบ้านหลังเก่า มีอคติ หลังวิจารณ์ “พีระพันธุ์” แก้ปัญหาราคาพลังงานแบบไฟไหม้ฟาง ชี้ ชาวบ้านชมกันทั้งบ้านทั้งเมือง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นครศรีธรรมราช และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประเมินการทำงานของรัฐมนตรี 3 คนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า เรื่องมีผลงานเราไม่ปฏิเสธ แต่การมาบอกว่าการแก้ไขราคาน้ำมันของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงงาน เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ถือเป็นคำประเมินของคนที่ไม่รู้จริง มีอคติ ไม่รู้ว่ากระทรวงพลังงานทำอะไรไปบ้าง ถ้าไม่ตาบอดก็ใจบอด 

นายอัครเดช ระบุต่อไปว่า การแก้ปัญหาพลังงานของประเทศ นายพีระพันธุ์ ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่า แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนด้านค่าครองชีพให้กับประชาชนก่อน โดยใช้กลไกที่มีอยู่คือ กองทุนพลังงาน และภาษีสรรพสามิต ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาว คือ การแก้กฎหมาย และปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ราคาพลังงานให้เป็นธรรม ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา

“นายชัยชนะ เป็น สส.น่าจะรู้ขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายว่ามีระยะเวลาและขั้นตอนอีกมาก การออกมาพูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้จริง ถ้าไม่ตาบอด ก็ใจบอด หรือมีอคติทางการเมือง ตาบอดคือไม่รับรู้ข่าวสาร ใจบอดคือรู้ว่า นายพีระพันธุ์ ทำงาน แต่มีใจอคติ ถ้าไม่ชมไม่เป็นไรในฐานะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ขอร้องอย่ามาด่าในสิ่งที่ฝืนกับความรู้สึกของประชาชนที่เขาชมกันทั้งเมือง แต่นายชัยชนะด่าอยู่คนเดียวอย่างมีอคติ”

...

ขณะเดียวกัน นายอัครเดช ยังกล่าวด้วยว่า อยากให้นายชัยชนะ กลับไปดูการพูดของนายพีระพันธุ์ ว่ากระทรวงพลังงานทำอะไรไปแล้วบ้าง ชาวบ้านชื่นชมแบบไหน อย่าเอาความรู้สึกของตนเองมาชี้วัดผลงานของคนอื่น อยากให้เอาความจริงมาชี้วัด การประเมินผลงานถ้าประเมินด้วยความจริงใจก็จะรู้ข้อเท็จจริง ตนเองไม่ต้องการให้นายชัยชนะ มาชม เพราะเป็นฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่มาด่ากันเช่นนี้ การบอกว่าแก้ปัญหาราคาน้ำมันแบบไฟไหม้ฟางนั้นไม่ถูกต้อง