รมช.เกรียง ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามความพร้อมรับมืออุทกภัย ภาคใต้ สั่งหากไม่เพียงพอให้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลจากศูนย์ ปภ.ภาคเหนือและอีสาน เข้าประจำการล่วงหน้า
วันที่ 9 พ.ย. 66 ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย และการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายมนตรา พรหมสินธุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและคลื่นลมแรงในช่วงฤดูฝน ตนได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการช่วยเหลือและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที เตรียมความพร้อมทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยจากศูนย์ ปภ.เขตภาคใต้ เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยไว้ล่วงหน้า หากไม่เพียงพอให้พิจารณาเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลจากศูนย์ ปภ. ในภาคเหนือและอีสาน เข้าประจำการล่วงหน้า รวมถึงการนำเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 เข้าประจำการในพื้นที่ภาคใต้ ณ ค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนับสนุนภารกิจการป้องกัน แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในเรื่องการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดฟื้นฟู ตนสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลทั้ง 3 ด้าน (ด้านป้องกัน ด้านปราบปราม ด้านบำบัดฟื้นฟู) โดยช่วยการสร้างการรับรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและมีความต่อเนื่อง ด้านการบำบัดฯ ต้องเร่งค้นหา คัดกรอง ผู้เสพยาเสพติด เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมและครอบครัวต่อไป ในด้านการส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจฐานราก ให้จังหวัดเร่งดำเนินการส่งเสริม และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของรัฐวิสาหกิจชุมชน ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” พัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า พร้อมทั้งส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาด เชื่อมโยงสินค้า OTOP ของชุมชนให้มีศักยภาพ พัฒนาต่อยอดให้เป็นสินค้าส่งออก ให้สอดคล้องกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลต่อไป.
...