แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ย้ำ "ปูอัด-แจ้" 2 สส.ก้าวไกล ถูกขับออกจากพรรค หาพรรคใหม่สังกัดไม่ได้ใน 30 วัน พ้นสภาพ สส. ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ยัน พร้อมทำ ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนกี่ครั้งอยู่ที่รัฐบาล
วันที่ 8 พ.ย. เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวภายหลัง ชี้แจงแนวทางการทำประชามติต่อคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ว่า กกต. ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ยืนยัน กกต. มีความพร้อม ส่วนงบประมาณยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าใดและจะอนุมัติช่วงไหน ซึ่ง กกต.จะต้องส่งเรื่องมาของบประมาณจากรัฐบาล ส่วนการจัดทำประชามติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ต้องรอดูรายละเอียดเพราะมีเงื่อนไข ทางเทคนิคบางส่วน ซึ่งก็สามารถทำได้ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นยังมีเรื่องอื่นให้พิจารณาโดยเฉพาะเรื่องความพร้อม ซึ่งได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการฯเรียบร้อยแล้ว
นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณี ที่พรรคก้าวไกล มีมติขับ 2 สส.ออกจากพรรค เนื่องจากปัญหาคุกคามทางเพศ ว่า สส.ทั้ง2 คน ต้องหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่ใน 30 วัน พรรคที่ไม่มี สส.ในปัจจุบัน ก็สามารถรับเข้าสังกัดได้ แต่ถ้าไม่สามารถหาพรรคได้ ต้องพ้นสภาพการเป็น สส. และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ไปยื่น กกต. ขอให้ยุบพรรคก้าวไกลจากกรณีที่ขับ 2 สส. ต่างจากกรณีการขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ที่เหมือน 2 มาตรฐาน อาจเป็นการสมรู้ร่วมคิด และสมประโยชน์เพื่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน นายแสวง กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของผู้ที่ไปยื่นเรื่อง กกต. ทั้งนี้ การขับนายปดิพัทธ์ จะผิดข้อบังคับพรรคก้าวไกล หรือไม่ อยู่ที่กฎหมายและข้อเท็จจริง ซึ่งต้องดู เพราะทุกพรรคต้องทำตามกฎหมาย และข้อบังคับพรรค ถ้าชอบด้วยกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะความเห็นคนมีอยู่มากมาย ในเรื่องเดียวกัน ซึ่งต้องพิจารณาว่า เป็นอย่างไร สำหรับการขับนายปดิพัทธ์ จะถือเป็นการสมคบคิดหรือไม่นั้น กกต.ยังไม่ได้พิจารณา แต่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
...