นักเคลื่อนไหว-นักการเมือง-แกนนำสารพัดม็อบ ตบเท้าเข้าร่วมงานรำลึก 17 ปี “ลุงนวมทอง” ยกให้เป็นครูแห่งนักต่อสู้ ด้าน ส.ส.ก้าวไกล แนะปิดช่องการรัฐประหารด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีบทลงโทษคนที่อยู่เบื้องหลัง และสั่งการให้เกิดการยึดอำนาจ
วันที่ 31 ตุลาคม 2566 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ใต้สะพานลอยหน้าไทยรัฐกรุ๊ป ถนนวิภาวดีรังสิต สถานที่ตั้งสดมภ์อนุสรณ์ (เสาที่เป็นเหมือนที่ระลึก) ของนายนวมทอง ไพรวัลย์ มีการจัดงานรำลึกวันครบรอบ 17 ปี การเสียชีวิตของ นายนวมทอง อดีตคนขับรถแท็กซี่ที่ถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์การต้านรัฐประหาร จากวีรกรรมขับรถแท็กซี่พุ่งเข้าชนรถถังจนตัวเองต้องบาดเจ็บสาหัส เพื่อประท้วงการรัฐประหาร ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี 49 ต่อมาเมื่อถูกปรามาสว่าไม่ได้มีอุดมการณ์จริง จึงได้มาจบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอตายใต้สะพานลอยหน้าไทยรัฐ เพื่อเป็นการยืนยันในจุดยืน พร้อมทิ้งจดหมายลาตายที่มีข้อความว่า “ชาติหน้าเกิดมา คงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก”
...
สำหรับบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 53 เป็นเจ้าภาพ มีญาติ นักการเมือง แกนนำเครือข่ายสารพัดม็อบกลุ่มต่างๆ เดินทางเข้าร่วมงาน อาทิ นางบุญชู ไพรวัลย์ ภรรยานายนวมทอง, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตสว.กทม. นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.เพื่อไทย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และนายปิยรัตน์ จงเทพ หรือ โตโต้ สส.กทม. พรรคก้าวไกล นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำเครือข่ายราษฎรยกเลิก 112 นายจตุภัทร บุญภัทรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลผล หรือ มาย น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน กลุ่มทะลุวัง ฯลฯ จากนั้นมีการประกอบพิธีสงฆ์กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลให้ นายนวมทอง ต่อด้วยการวางพวงหรีด และการกล่าวสดุดี
นางธิดา กล่าวว่า ขอยกให้ นายนวมทอง เป็นครูของนักต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นายนวมทอง เป็นเพียงสามัญชนธรรมดาไม่ได้มาจากการจัดตั้งของพรรคการเมือง หรือคนกลุ่มคนใด แต่กลับมีความรู้ และหลักการทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ มากกว่าพวกปัญญาชนคนหัวก้าวหน้า หรือแม้แต่พวกคนเดือนตุลาในขณะนั้นที่ต่างหลงทางไม่รู้ความขัดแย้งหลักของประเทศคืออะไร เกลียดทุนนิยมถึงกับยินยอมให้มีการรัฐประหารได้ แต่ลุงนวมทองกลับรู้มากกว่าว่า ความขัดแย้งในประเทศขณะนั้นอยู่ที่ผู้ปกครองที่คอยแต่จะปล้นอำนาจประชาชน
“สิ่งที่ นายนวมทอง ฝากไว้กับคนรุ่นหลังคือสังคมไทยไม่ควรอยู่กับการรัฐประหารปล้นอำนาจประชาชนอีก ทั้งยังสอนให้คนรุ่นหลังรู้ว่าในการต่อสู้ต้องไม่สู้แบบปัจเจก แต่ต้องสามัคคีกัน และจัดตั้งเพื่อสร้างพลังอันยิ่งใหญ่”
ด้านนายปิยรัตน์ กล่าวว่า แม้ในอดีตจะยังไม่มีคนตื่นรู้พอที่จะออกมาปกป้องรัฐธรรมนูญ ทำให้ นายนวมทอง ต้องออกมาเป็นวีรชนให้พวกเรามารำลึกกันทุกปี แต่หลังจากนี้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก หากวันใดวันหนึ่งมีการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญอีก เชื่อว่าประชาชนที่ตื่นรู้ในสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตยจะออกมาปกป้อง และจากนี้หวังว่าการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันของพรรคก้าวไกล หรือพรรคใด ขอให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีการเปิดช่องว่างให้มีการรัฐประหารอีก ที่สำคัญที่จะต้องมีบทเฉพาะการให้นำผู้อยู่เบื้องหลังและผู้สั่งการ รวมทั้งคณะรัฐประหารมาลงโทษ เพื่อไม่ให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด.
ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์