นายกฯ เปิดมาตรการเชิงรุกช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลกลับบ้าน ชดเชยคนละ 50,000 บาท บวกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว 150,000 บาท ย้ำอยากให้พี่น้องคนไทยกลับมา


วันที่ 31 ตุลาคม 2566 เมื่อเวลา 10.27 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการพูดคุยกันถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล โดยมีรายงานจากฝ่ายความมั่นคง และสถานทูตไทยประจำอิสราเอล ทราบว่าการต่อสู้ไม่ได้เบาบางลงไป แต่กลับทวีความเข้มข้นขึ้น และมีการปฏิบัติภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ความอันตรายยังมีอยู่มาก เรายืนยันต่อไปอยากให้พี่น้องคนไทยกลับมา ซึ่งต้องมีการปฏิบัติการเชิงรุก เพราะรู้ว่าการที่พี่น้องไม่กลับมาเพราะอะไร เพราะเป็นเรื่องการเงิน ซึ่งตนเคยเรียนไปแล้วคราวๆ โดยจะให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงรายละเอียดว่า เรามีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร โดยหลักๆ มี 2 เรี่อง คือ แรงงานที่กลับมาแล้ว ที่กำลังจะกลับมา และที่จะกลับมาในอนาคต จะได้เงินชดเชยคนละ 50,000 บาท ตรงนี้ได้แน่ๆ และจะได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว คนละไม่เกิน 150,000 บาท เผื่อใครที่ไปกู้มาและต้องทำงานผ่อนใช้ 

นายกฯ กล่าวอีกว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้ลาการประชุม ครม. เพื่อเดินทางไปรัฐกาตาร์ และสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ โดยรับทราบข้อมูลจากทุกฝ่ายที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเจรจากับกลุ่มคนที่จับคนไทยเป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นการประสานจาก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือหน่วยงานอื่นๆ ตนคิดว่าเพื่อเป็นการลดความสับสน ตรงนี้ นายปานปรีย์ ได้บินไปเจรจาเองที่หน้างานด้วยตัวเอง ก็จะช่วยเหลือได้มาก 

...

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีเที่ยวบินกลับมาจากอิสราเอลอีกหรือไม่วันนี้ นายกฯ กล่าวว่า ตนจำเที่ยวบินไม่ได้ แต่ทุกวันนี้พยายามนำกลับมาให้ได้เยอะที่สุด ช่วยเหลือกันได้ก็พยายามช่วยเผยแพร่ข่าวด้วย เพื่อให้พี่น้องคนไทยกลับมา