“ภูมิธรรม” พร้อมรับฟังข้อเสนอ ป.ป.ช. กรณีเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ขอยึดวัตถุประสงค์โครงการเป็นที่ตั้ง กระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็ไม่มีปัญหา รัฐบาลประยุทธ์ เคยออก พ.ร.ก.เงินเป็นล้านๆ บาท ก็ออกมาแล้ว 

วันที่ 29 ต.ค. เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ จ.อุดรธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า มองในแง่ดีถือว่า ป.ป.ช.พยายามจะดูให้เรียบร้อยมากที่สุด เราก็ยินดีน้อมรับ หาก ป.ป.ช.ศึกษาเสร็จแล้ว ก็อยากให้แลกเปลี่ยนกับทางรัฐบาล ถ้ามีข้อเสนอแนะอะไรก็ขอให้เอาวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นที่ตั้ง ถ้าให้นักเศรษฐศาสตร์มาดูจริงๆ ฟังจากนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกก็ได้ ว่าประเทศเราอยู่ลำดับไหนของการพัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าเรายังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ในอนาคตข้างหน้ามันจะมืดมน ก่อนที่จะมีการรัฐประหารปี 57 เมืองอุดรธานีเป็นเมืองที่มีคนคึกคักมากที่สุด คนฝั่งลาวเข้ามาเที่ยว มีการทำงานทั่วถึงดี ได้คุยกับนักท่องเที่ยวทุกคน ประชาชนบอกว่า สมัยตอน ท่านยิ่งลักษณ์ เศรษฐกิจดีมาก กำลังเติบโต กำลังดี พอมีรัฐประหารเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา SMEs ต่างๆ ค่อยๆ ล้มละลายไป เศรษฐกิจก็ฟุบลงไป ดังนั้น ถ้าหากปรารถนาให้ประเทศพัฒนาเติบโตได้ ผมคิดว่าต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้ได้ ตนอยากให้ ป.ป.ช.คำนึงถึงวัตถุประสงค์ ตรวจสอบตามวัตถุประสงค์ดูว่ามีข้อกฎหมายอะไรบ้าง หากข้อกฎหมายล้าสมัยก็ช่วยบอกว่าจะหาทางออกกันอย่างไร ไม่อยากให้ใช้วัตถุประสงค์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ตนคิดว่าจะได้ช่วยกันดูให้รอบคอบขึ้น อะไรที่คิดแตกร่างกัน อยากให้หารือกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำงาน

...

เมื่อถามว่า พร้อมที่จะปรับหลักเกณฑ์แต่ไม่ถอยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วัตถุประสงค์ต้องเอาเป็นที่ตั้ง กระบวนการถ้าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ก็จะดี ต้องไปดูว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่เราปรารถนาหรือไม่ ถ้ายังอยู่ในวัตถุประสงค์ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ก็ถือว่าไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการกู้เงิน 5.6 แสนล้าน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่มีปัญหายากลำบาก รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ใช้เงินเป็นล้านๆ บาท และเป็นพระราชกฤษฎีกาก็ออกมาแล้ว ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นถ้าประเทศวิกฤติ เราอยากเห็นประชาชนทุกคน ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจต่างๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต้องช่วยกัน ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของประชาชนทั้งประเทศ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วม เป็นการช่วยกันเป็นกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็อยากขอความร่วมมือ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใด ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลคนเดียว เป็นเรื่องของทุกคนควรช่วยกัน.