“วิโรจน์” ประธาน กมธ.ทหาร ส่ง 8 คำถามล่วงหน้าให้ รมว.กลาโหม ตอบกรณีเปลี่ยนเรือดำน้ำ เป็นเรือฟริเกต ดักทาง อย่าคิดเลี่ยงไม่นำเรื่องเข้ารัฐสภา อาจซ้ำรอยจำนำข้าว
วันที่ 28 ตุลาคม 2566 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า กมธ.ทหาร มีมติทำหนังสือเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการทหารเรือ โดยขอส่งประเด็นคำถามให้ทราบล่วงหน้า 8 ข้อ
1. ขอสัญญาแบบจีทูจีของการจัดซื้อเรือดำน้ำแบบ Yuan Class S26T พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับค่าปรับ หรือการชดเชย ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้
2. ขอหนังสือโต้ตอบระหว่างคู่สัญญา ที่ยืนยันว่าบริษัท China Shipbuilding & Offshore Interbational จะสามารถจัดหาเครื่องยนต์ MTU396 ของเยอรมนี มาติดตั้งในเรือดำน้ำให้ได้ หรือเงื่อนไขข้อยกเว้นที่แนบท้ายสัญญา หนังสือเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องยนต์ ที่ตอบกลับมาในภายหลัง ตลอดจนหนังสือเสนอเครื่องยนต์ CHD620 เป็นการทดแทน
3. ขอหนังสือแจ้งสงวนสิทธิ์การปรับตามสัญญา ที่ได้แจ้งให้คู่สัญญาทราบ
4. สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ได้ตั้งงบ และ/หรือ ก่อหนี้ผูกพัน และ/หรือ งบที่ได้เบิกจ่ายไปแล้ว เกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ
5. รายละเอียดสเปกของเรือฟริเกต ที่จะนำมาแลกเปลี่ยน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ระบุไว้ในสมุดปกขาวของกองทัพเรือหรือไม่ อย่างไร
...
6. การนำเอาเรือฟริเกตมาแลกเปลี่ยนในกรณีนี้ จะกระทบโครงการจัดหาเรือหลวงอานันทมหิดล และเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หรือไม่
7. กลาโหม จะนำเอาการเปลี่ยนแปลงสัญญาจีทูจีของเรือดำน้ำ เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญเมื่อใด
8. รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่มีการใช้งบประมาณไปราว 200 ล้านบาท
ขู่ ไม่เปิดสัญญาจีทูจีต่อสาธารณะ อาจซ้ำรอยจำนำข้าว
นายวิโรจน์ ยังระบุด้วยว่า ขอให้ รมว.กลาโหม จัดส่งเอกสารหรือตอบเป็นหนังสือกลับมาในเบื้องต้นได้ และหากยังไม่พร้อมชี้แจง ขอให้แจ้งกลับมาด้วยว่าจะพร้อมเมื่อใด พร้อมส่งข้อความด้วยความปรารถนาดีถึง รมว.กลาโหม ว่า สัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำ เป็นสัญญาแบบจีทูจี เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ตามมาตรา 178 หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในสัญญา อย่างกรณีจะแลกเรือดำน้ำ เป็นเรืออย่างอื่นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ท้ายที่สุดต้องเปิดเผยรายละเอียดสาธารณะอยู่ดี ถ้าไม่มีรายละเอียดคงไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนไหนกล้าที่จะยกมือให้
“อย่าคิดที่จะหลีกเลี่ยงไม่นำเอาเรื่องนี้เข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ และอาจจะซ้ำรอยกับกรณีโครงการจำนำข้าวได้”