ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ฉากทัศน์ใหม่ของตระกูล “ชินวัตร” บนฐาน อำนาจทางการเมืองที่ค้ำจุนมาตั้งแต่ยุค “ไทยรักไทย” ส่งผ่านมาถึงยุค “เพื่อไทย”
“ทักษิณ ชินวัตร” ประสบความสำเร็จ ด้านธุรกิจสื่อสารต่อยอดไปสู่ธุรกิจ การเมือง ที่ยาวนานจนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
ครองอำนาจมาจนถึงทุกวันนี้!
บนเส้นทางที่โลดแล่นจึงเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือกว่านักการเมืองทุกคนในรอบหลายปีที่ผ่านมา แม้ช่วงระยะหนึ่งต้องเป็นสัมภเวสีหนีไปอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปีเต็ม
แต่อำนาจทางการเมืองก็ยังอยู่ในมือบริวารและเครือข่ายที่เปลี่ยนตัวเล่น ไปตามบทบาทที่เขากดปุ่มได้
กระทั่งตัดสินใจกลับบ้านรับเงื่อนไข ยอม “ติดคุก” ที่เคยปฏิเสธมาตลอดด้วยเงื่อนไขที่สำคัญคือ “ทัพหน้า” ที่จะปกป้อง “สถาบันหลัก” ของชาติ
รัฐบาล “เพื่อไทย” เป็นแกนนำที่จับขั้วการเมืองด้วยคำว่า “สลายขั้ว” จึงเป็นมิติใหม่ทางการเมืองไทย
เบื้องต้นทำให้บ้านเมืองสงบ
แม้สภาพของเขาที่ดำรงอยู่สร้างความสงสัยกับสังคมค่อนข้างมากว่าเป็น “อภิสิทธิ์ชน” ไม่ต้องนอนคุกแต่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ตามคำสั่งแพทย์
แน่นอนว่ารัฐบาลเป็นของเขา การอำนวยความสะดวกจึงไม่มีปัญหา
เผอิญที่ว่า “เพื่อไทย” มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ลาออกจากหัวหน้าพรรคด้วยประเด็นการเมือง
จึงต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่
นี่จึงเป็นโอกาสทองที่จะได้ปฏิบัติการ ตามความใฝ่ฝันอีกครั้งคือตั้ง “ลูกสาว” คนเล็ก “แพทองธาร ชินวัตร” ขึ้นมานำทัพ “เพื่อไทย” รับมรดกทางการเมืองเต็มตัว
...
คุณสมบัติคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมีดีเอ็นเอเต็มพิกัดอยู่แล้ว
ยิ่งการเมืองเป็นเรื่องของ “คนรุ่นใหม่” ถือว่าเข้ายุคเข้าสมัย พร้อมที่จะต่อกรกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งดูทิศทางแล้ว
สมน้ำสมเนื้อที่สุดคือ “ก้าวไกล”
“อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้า “เพื่อไทย” คนใหม่ พร้อมทีมบริหารคนหนุ่มคนสาว โดยมี “สรวงศ์ เทียนทอง” เป็นเลขาธิการ ทำหน้าที่ “แม่บ้าน”
ทางทอดยาวอีก 4 ปีข้างหน้า คงได้สู้กันสนุกแน่
โดยมี “ทักษิณ” เป็นพี่เลี้ยงคุมเกมอยู่ข้างหลัง
แน่นอนว่าการผลักดันให้ลูกสาวสุดรักเข้าสู่สนามการเมืองนั้น เป้าหมายหลักก็คงต้องการให้ดูแลการเมืองที่เป็นปัจจัยสำคัญของตระกูล
“นายกรัฐมนตรีหญิง” คนที่ 2 ของประเทศคือหลักชัยที่ต้องไปให้ถึง
“ช้า-เร็ว” ขึ้นอยู่กับ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หากบริหารประเทศได้ราบรื่น สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน
คงพอมีอนาคต
แต่ถ้าไม่ถึงระดับก็ช่วยไม่ได้
เบื้องต้นคงจะร่วมมือร่วมใจให้ทุกก้าวเดินไปด้วยดีอย่างที่ “ทักษิณ” ว่า เอาไว้ “เศรษฐา” อยู่ทำเนียบ “อุ๊งอิ๊ง” อยู่พรรค
การเข้ามาสู่สนามการเมืองของ “เศรษฐา” นั้น เจ้าตัวบอกว่าก่อนหน้าไม่เคยคิด แต่พออายุจะ 60 ปี เริ่มคิดแล้วและก็ประสบความสำเร็จ
แต่วันนี้มีคู่แข่งตัวจริงเสียงจริง ซึ่งมีศักยภาพครบเครื่อง
ที่สำคัญยังครอบครองพรรคที่เป็น ฐานสำคัญอีกด้วย
“ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” นั่นคือสิ่งที่ “เศรษฐา” ต้องท่องให้ขึ้นใจ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง หากมีอะไรเกิดขึ้นจากนี้ไปก็ตาม
เพราะการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน 100%!
“ลิขิต จงสกุล”
คลิกอ่านคอลัมน์ "สับรางวันอาทิตย์" เพิ่มเติม