“พริษฐ์” นำ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รณรงค์เชิญชวนชาวออฟฟิศเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นับถอยหลัง 4 วันก่อนหมดเขต หลังพบมีผู้ลงทะเบียนเพียง 120,000 คน จากที่สำนักประกันสังคมตั้งเป้า 1 ล้านคน
วันที่ 27 ตุลาคม 2566 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวรายุทธ ทองสุข โฆษก กมธ. รวมถึง สส. ใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ลงพื้นที่ซอยละลายทรัพย์ ย่านสีลม เชิญชวนชาวออฟฟิศลงทะเบียนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนและทำกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ทั้งนี้ มีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับคณะกรรมการประกันสังคมและสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่คนทำงานต้องได้รับ พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมไปใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมทั้งสิ้น 24 ล้านคน และจำนวนผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้ง 12 ล้านคน โดยสำนักประกันสังคมตั้งเป้าหมายการลงทะเบียนเลือกตั้งไว้ที่ 1 ล้านคน ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งเพียง 120,000 คน และเหลือเวลาเพียง 4 วันเท่านั้นในการลงทะเบียน
...
นายพริษฐ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชาชนผู้จ่ายเงินเข้าระบบประกันสังคม จะได้เข้าคูหาเลือกตัวแทนที่จะมาจัดการเงินกองทุนนี้โดยตรงแบบ 1 สิทธิ์ 1 เสียง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนทำงาน และแปรเงินที่แต่ละคนส่งเข้ากองทุนให้ออกมาเป็นสวัสดิการที่ตอบโจทย์ที่สุด
ทางด้าน นายวรายุทธ กล่าวเสริมว่า ผลตอบรับจากการลงพื้นที่ พบว่าประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบข่าวการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แต่เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการประกันสังคมและสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่คนทำงานต้องได้รับ ก็ทำให้เกิดความสนใจมากขึ้น และต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 2566
ดังนั้น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม มาลงทะเบียนใช้สิทธิในโค้งสุดท้าย ก่อนหมดเขตวันอังคารที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (26 ตุลาคม) ในการประชุม กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ได้หารือร่วมกับสำนักงานประกันสังคม โดย กมธ. เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แบ่งเป็น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับการเลือกตั้งรอบนี้ และการแก้ปัญหาสำหรับการเลือกตั้งรอบถัดไป โดยหลังจากนี้ กมธ. จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในการติดตามเร่งรัดการแก้ปัญหาต่อไป
แนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับการเลือกตั้งรอบนี้
1. เปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ (คลิกลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม) ได้ 24 ชั่วโมง (จากปัจจุบันที่ลงทะเบียนได้แค่ในช่วงเวลา 06.00 น.-23.00 น.)
2. ขยายกรอบเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้ง ที่ปัจจุบันจะสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ไปเป็นสิ้นสุดในวันที่ใกล้กับวันเลือกตั้งที่สุดโดยยังไม่ขัดข้อกฎหมายหรือระเบียบใดๆ (เช่น กลาง-ปลายเดือนพฤศจิกายน 2566)
3. ปรับปรุงแนวทางการประชาสัมพันธ์ทั้งในเชิงเนื้อหาสาระที่ถูกสื่อสาร (เช่น เพิ่มการสื่อสารเรื่องประโยชน์ที่จะได้จากการใช้สิทธิ) และในเชิงช่องทางการสื่อสาร (เช่น เพิ่มความร่วมมือกับสถานประกอบการของผู้ประกันตน)
4. สร้างพื้นที่ให้ผู้สมัครได้แสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย เช่น เวทีดีเบต แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้สมัคร เพื่อกระตุ้นการแข่งขันและเพิ่มความสนใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในช่วงเวลาที่ยังเปิดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง
5. หาช่องทางในการส่งข้อความโดยตรงถึงคนที่ลงทะเบียนแล้ว เพื่อเตือนหรือเชิญชวนให้เขาตัดสินใจออกมาใช้สิทธิจริงในวันเลือกตั้ง
6. เพิ่มความครอบคลุมของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ โดยเฉพาะการเลือกสถานที่หน่วยเลือกตั้งที่ใกล้กับผู้ประกันตน เช่น พื้นที่อุตสาหกรรมหรือใกล้สถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนจำนวนมาก
7. เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้ง สามารถเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้งที่ตนเองจะไปใช้สิทธิได้จากหน่วยที่ลงทะเบียนไว้ในวันลงทะเบียนเลือกตั้ง
8. วางเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นที่รับรู้ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เรื่องการตีความบัตรดี-บัตรเสีย เนื่องจากการเลือกตั้งจะใช้วิธีการเขียนตัวเลขซึ่งอาจสร้างความสับสนได้ เช่น การแยกระหว่าง 1 กับ 7
แนวทางการแก้ปัญหาสำหรับการเลือกตั้งรอบถัดไป (หรือในอีก 2 ปี)
1. ตัดขั้นตอนในการลงทะเบียนเลือกตั้ง เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมมีฐานข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งครบถ้วน และสามารถใช้ข้อมูลจากการเลือกตั้งรอบนี้เพื่อคาดการณ์จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งถัดไปได้ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการวางแผนทรัพยากรและแผนการดำเนินงาน
2. ทบทวนคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น ขยายสิทธิให้แรงงานข้ามชาติที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เช่น ทบทวนเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบติดต่อกัน.