“พิพัฒน์” เตรียมชง ครม. ช่วยแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล ทั้งค้ำประกันหนี้ และเพิ่มเงินเยียวยา รอ “เศรษฐา” ส่งสัญญาณ เล็งชง ครม. ในสัปดาห์หน้า
วันที่ 27 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงเรื่องมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในอิสราเอล ว่า คนที่กลับมาในช่วงนี้ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเราจะไม่ส่งกลับไปเด็ดขาด จนกว่าสงครามจะยุติ อีกทั้งเราเชิญชวนให้เพื่อนๆ ผู้ใช้แรงงานกลับไทย กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว เมื่อปลอดภัยแล้วก็ขอให้ได้อยู่กับครอบครัวสักช่วงหนึ่งก่อน และเมื่อสงครามสงบแล้ว กรมการจัดหางาน จะเจรจาไปทางอิสราเอลว่า เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างยุติอยู่ในความสงบเรียบร้อย เราจะขอส่งแรงงานดังกล่าวกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง
“เขายินดีที่จะให้พวกเรากลับไปทำงานปกติ คนที่ทำงานครบ 5 ปี 3 เดือน ตามสัญญาและไม่สามารถกลับไปได้นะ แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดความไม่สงบในครั้งนี้ คนที่ทำงานครบ 5 ปี 3 เดือน สามารถกลับไปทำงานต่อได้อีก 1 ปี นี่คือสิทธิ์ที่ทางการอิสราเอลให้กับทางกระทรวงแรงงานของเรา”
ส่วนผู้ที่กลับมาจากประเทศอิสราเอลขณะนี้ กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังหางานในประเทศไทย และหางานในประเทศอื่นที่มีความประสงค์จะรับคนงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเกษตรกลับไปทำงานในประเทศนั้นๆ ที่มีการลงนามในเอ็มโอยูไปแล้ว คือประเทศเกาหลีใต้ เราพยายามที่จะเจาะตลาดประเทศอื่นๆ ที่มีการพัฒนาในด้านการเกษตร และต้องการผู้ที่มีทักษะในเรื่องของการเกษตรโดยเฉพาะคนไทยอีกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นในประเทศแถบยุโรป หรือในออสเตรเลีย ซึ่งขณะนี้มีการแจ้งความจำนงมาที่กระทรวงแรงงาน ว่าต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตร โดยเฉพาะการเก็บผลไม้ การปลูกผัก การปลูกผลไม้เพื่อไปทำงานในประเทศเขา ซึ่งเขากำลังประสาน และจะลงนามในเอ็มโอยูในการที่จะส่งแรงงานไปในต่างประเทศ
...
“มีการประสานไปทางท่านนายกรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้ว่าจะมีข้อไหนบ้าง 2 กรณี คือ คนที่กู้หนี้ยืมสินไปทำงานในอิสราเอลและยังทำงานไม่ครบ 5 ปี 3 เดือน ตรงนี้เมื่อกลับมาก่อนเว้นระยะเวลาในสัญญา ยังมีที่หนี้สินค้างอยู่ ทางกระทรวงก็จะขออนุมัติให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาเอาแบงก์รัฐมาค้ำประกันต่อ หรือปล่อยเงินกู้”
ในช่วงท้าย นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า คนไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอล โดยเฉพาะเรื่องของภัยสงครามในครั้งนี้ จะเยียวยาให้คนละ 15,000 บาท และทางกระทรวงแรงงานจะขอหารือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ถ้านายกรัฐมนตรีมีการพูดหรือมีการให้สัมภาษณ์ออกมาว่าจะขอให้ช่วยเยียวยาเพิ่มเติม ตนก็จะทำเรื่องของบกลางซึ่งก็พยายามจะทำให้ได้ภายในการประชุม ครม.สัปดาห์หน้า ว่าทางรัฐบาลจะเติมงบกลางมาให้กับแรงงานที่กลับมาคนละเท่าไร.