“ภูมิธรรม” ไม่หวั่นแฮชแท็ก #เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ขอใช้การทำงานพิสูจน์ ยืนยันพร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์ แนะก้าวไกล ใจเย็นและใช้เหตุผล สอนมวย แก้รัฐธรรมนูญแบบสุดโต่ง ไปยาก 

วันที่ 27 ตุลาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ที่พรรคเพื่อไทย กรณีมีแฮชแท็ก #เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ซึ่งอาจมาจากประเด็นดิจิทัลวอลเล็ต ว่า ไม่เป็นไร ถือเป็นความเห็น เรายอมรับความเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลาย รู้ว่าเรื่องมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง พรรคเพื่อไทยเคยเจอสิ่งเหล่านี้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค ก็มีคนออกคัดค้านรุนแรง แต่เรายืนยันวัตถุประสงค์และทำจนสำเร็จ เราคิดต่างออกนอกกรอบเพื่อแก้ปัญหา เป็นธรรมดาที่มีความเห็น และต้องไปดูสิ่งที่เราเสนอต่อรัฐสภาว่าโครงการนี้ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะถ้าปล่อยไปตามเดิมจะเป็นเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา หากวิจารณ์ในเป้าหมายนี้เราพร้อมรับฟัง 

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่า คิดใหญ่ทำเป็น แต่ทำแล้วไม่มีหาเสียง จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่าเราคิดใหญ่ทำเป็น แต่เมื่อทำสิ่งที่ใหญ่และยาก เป็นธรรมดาที่สังคมเห็นแตกต่าง เป็นด่านที่เราต้องผ่านให้ได้ เราต้องชี้แจงและทำงานให้มากขึ้น พิสูจน์ให้คนมั่นใจ เชื่อว่าผลงานที่จะออกมาจะพิสูจน์ได้ วันนี้เราเดินหน้าหลายนโยบายที่หาเสียงไว้ อยากให้ทุกท่านให้โอกาสเรายินดีทำงานอย่างเต็มที่

ขณะที่กรณีพรรคก้าวไกลกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีไม่ยอมตอบกระทู้ของพรรคก้าวไกล แต่กลับตอบกระทู้ของพรรคร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรม มองว่า ถือเป็นสิทธิที่พรรคก้าวไกลจะอภิปราย แต่ถ้าเราทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ก็ควรจะใช้เหตุผลในการอธิบาย หรือกล่าวหาให้มากขึ้นกว่านี้ ตนเชื่อว่าที่ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายนั้น ถ้าใจเย็นสักนิดและรับฟังปัญหาให้มากขึ้น บรรยากาศในการร่วมมือกันทำงานระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะดีขึ้นกว่านี้อีกมาก 

...

“จริงๆ แล้ว นายกฯ ทำตามข้อบังคับสภา ต้องยอมรับว่านายกฯ สามารถที่จะมาตอบหรือไม่ตอบก็ได้ หากท่านมีภารกิจ แต่ครั้งนี้ท่านก็มีภารกิจและได้ใช้เวลาในช่วงที่มาตอบกระทู้ได้ ก็พยายามรีบกลับมาตอบกระทู้ได้ใน 2 กระทู้ ฉะนั้น ถ้าเข้าใจ มีเหตุผลแบบนี้ และไม่อคติจนเกินไป บรรยากาศในสภาจะไม่เป็นเรื่องของคน 2 ฝ่ายที่ขัดแย้งกัน แต่จะเป็นเรื่องที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ” 

พร้อมกันนี้ นายภูมิธรรม ยังขอฝากพรรคก้าวไกลว่า รัฐบาลพร้อมทำงาน โดยในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เราจะรับฟังความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญจากพรรคก้าวไกล และหลายพรรคการเมือง รวมถึงกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เราไม่คิดว่าเป็นฝ่านค้านหรือรัฐบาล อย่างที่ตนเคยพูดกับพรรคก้าวไกลตั้งแต่ต้นแล้วว่า วันนี้เราต่างฝ่ายต่างอยากเป็นนักการเมืองที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศ ฉะนั้น เราควรทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ใช่หาจุดโจมตีกัน และไม่อยากเห็นสภาพว่าฝ่ายค้านโจมตีและดิสเครดิตกันตลอด ตนอยากเห็นสภาพที่ให้ประชาชนได้สบายใจ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าอะไรที่เป็นเหตุลผล 

เมื่อถามต่อไป พรรคก้าวไกลแสดงออกว่าไม่เชื่อมั่นกับคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ จนทำให้ต้องยื่นญัตติเกี่ยวกับการทำประชามติ แต่ญัตติกลับต้องตกไปนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า การเมืองให้ดูที่ความเป็นจริง ใช้หลักการเหตุผลที่ถูกต้อง การเสนอแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคก้าวไกลเสนอว่าจะแก้ทั้งฉบับ ไม่ตรงกับรัฐบาลที่ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ตรงนี้เป็นประเด็นที่เรารู้อยู่แล้วว่ายังมีคนส่วนหนึ่งที่มีความเห็นแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้ายังยืนยันอยู่แบบนี้ก็ไปไม่ได้ เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นประชาธิปไตย ไม่ใช่อยากเห็นแบบสุดขั้วแล้วไม่คำนึงถึงความเห็นที่แตกต่าง เพราะการจะแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้จริง ต้องดูว่าสังคมส่วนใหญ่ยังมีประเด็นไหนที่ยังถกไม่ตก และอะไรที่เป็นสิทธิ์ร่วมกันก็ควรจะทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งคาดกันว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะเป็นผู้ขึ้นมากุมบังเหียนพรรคเพื่อไทยเป็นคนต่อไป.



(ภาพ : เอกลักษณ์ ไม่น้อย)