"ชูศักดิ์" แจง สภา ลงมติปัดตกญัตติพรรคก้าวไกล เพราะจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ รวมถึงหมวด 1-2 ด้าน "ภราดร" ชี้ ขัดเจตนารมณ์พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคที่ประกาศเอาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง
เวลา 16.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคร่วมรัฐบาล แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมลงมติไม่เห็นด้วยกับญัตติของพรรคก้าวไกล ด้วยคะแนน 262 ต่อ 162 และงดออกเสียง 6 ว่า ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ ไม่ถึงที่สิ้นสุด อ้างกฎหมายประชามติ มาตรา 9 (4) แต่เมื่อรัฐสภามีมติประการใดก็ตาม ถ้าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่เห็นชอบ ท้ายที่สุดก็ไปสู่รัฐบาลไม่ได้ ฟังจากถ้อยแถลงรัฐบาลบอกว่ายินดีรับฟังเต็มที่ อยู่ระหว่างการสอบถามรับฟัง สามารถส่งความเห็นไปให้รัฐบาลได้ ไม่จำเป็นต้องผ่าน พ.ร.บ.ประชามติ
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ถ้ารัฐบาลไม่เอาด้วย ถ้า สว.ไม่เห็นด้วย ก็ไม่มีทางสำเร็จ มีหลายเรื่องในญัตติของฝ่ายค้านขัดแย้งกับพรรคการเมืองส่วนใหญ่ และรัฐบาล ขัดแย้งที่สุดคือการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มีความหมายอย่างไร ผู้เสนอญัตติมีความหมายว่าทั้งฉบับแก้ได้ทุกเรื่อง ทุกหมวด แต่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่รวมหมวด 1 หมวด 2
"พูดง่ายๆ ส่งไปก็เปล่าประโยชน์ รัฐบาลคงไม่เอา เพราะความเห็นขัดแย้งไม่ลงรอยกัน และจริงๆ ไม่ลงรอยกันมานานแล้ว ตั้งแต่ ร่างรัฐธรรมนญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2563 ต่อเนื่องถึง 2564 จนมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ"
...
ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงว่า ยืนยันการลงมติวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าพรรคร่วมรัฐบาลกอดรัดอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ เราเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน โดยมาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งเนื้อหาสาระของคำถามที่จะส่งให้รัฐบาลคือ จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ที่ประกาศเอาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าไม่แก้หมวด 1-2
นายภราดร ระบุต่อไปว่า แม้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอญัตติ จะบอกว่าที่เขียนเอาไว้อาจไม่แก้ก็ได้ แต่ไม่มีใครการันตีได้ว่าอาจจะมีการแก้ได้เช่นกัน เพื่อความรอบคอบในการที่จะไม่ผิดคำมั่นต่อประชาชนว่าเราจะไม่แก้หมวด 1-2 เราจึงไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ และการตั้ง ส.ส.ร. เรายังไม่เห็นด้วยเท่าไรกับการเลือก ส.ส.ร. ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ให้มาจากการเลือกตั้ง เราไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ จะได้คนจากทุกสาขาอาชีพ.