โฆษกรัฐบาล ยืนยัน นายกรัฐมนตรี ห่วงใยแรงงานไทย แนะกลับประเทศ ก่อนที่อิสราเอลจะมีปฏิบัติการภาคพื้นดิน และคาดว่าสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น ขออย่านำไปเป็นประเด็นวิจารณ์ทางการเมือง
วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงประเด็นที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ กรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชิญชวนให้แรงงานไทยในอิสราเอล พิจารณาแสดงเจตจำนงขอเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น และไม่พอใจที่ทราบว่านายจ้างชาวอิสราเอลจูงใจแรงงานไทยให้ทำงานต่อ ด้วยการจ่ายเงินเพิ่ม
โฆษกรัฐบาล เปิดเผยต่อไปว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจถึงเจตนาของนายกรัฐมนตรีที่ห่วงใยคนไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเปรยหลายครั้งว่า ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน แม้ตระหนักดีว่าจะมีผู้หยิบยกไปเป็นประเด็นทางการเมือง และต่อต้านคัดค้าน แต่ด้วยความห่วงใยแรงงานไทย เพราะหากเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เกิดอันตรายถึงร่างกายและชีวิต ไม่ว่าเงินจำนวนเท่าใดก็ไม่สามารถทดแทนได้ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการกระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้วางแผนกำหนดมาตรการรองรับการกลับไทยของแรงงานอย่างเร่งด่วนด้วย
ในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทย รัฐบาลดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจตั้งแต่ภาพรวม ชี้แจงนโยบาย เชิญชวนการลงทุน วางโครงสร้างความเชื่อมโยง เพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อพัฒนาประเทศ และมีความตั้งใจจริงที่จะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งรวมถึงการพัฒนาการเกษตร เพื่อให้พี่น้องชาวเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
...
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินจนถึงเวลานี้ เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน สั่งการเร่งรัดการทำงานอย่างเต็มที่ ลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวพันกับประชาชน ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และวางแนวทางกำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับโอกาสเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
ในช่วงท้าย โฆษกรัฐบาล ระบุว่า “ผมเข้าใจถึงความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความห่วงใยกับประชาชนเป็นเรื่องหลัก และให้ความสำคัญเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องรอง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีตระหนักดีว่าอาจถูกนำประเด็นนี้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่ท่านพูดว่าจำเป็นต้องแจ้งความจริงแก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจ ตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนควรคำนึงถึงชีวิตของเพื่อนชาวไทยเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อประเด็นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีทำงานอย่างตั้งใจ ก็เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจทั้งภาพรวมให้ได้โดยเร็ว เพื่อจะได้ส่งผลถึงวิถีชีวิตพี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศ”.