“เศรษฐา” กร้าว เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเป็นเรื่องใหญ่ กรณีนายจ้างอิสราเอลเพิ่มค่าแรงจูงใจแรงงานไทยอยู่ต่อ-เลื่อนจ่ายค่าแรงเป็น 10 พ.ย. ต่อสายตรงคุยทูต ยอมรับพูดแรง เพราะความปลอดภัยคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ
วันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอล หลังจากมีกระแสข่าวว่า นายจ้างเพิ่มค่าแรงเพื่อจูงใจให้แรงงานไทยอยู่ทำงานที่ประเทศอิสราเอลต่อ โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า เมื่อวานนี้ (23 ตุลาคม 2566) ได้ต่อสายโทรศัพท์คุยกับ นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ซึ่งค่อนข้างพูดแรง เรื่องที่เอาเงินมาล่อให้แรงงานไทยอยู่ทำงานต่อ คิดว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลบอกว่าไม่ทราบเรื่องการเลื่อนจ่ายค่าแรงเป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 แต่จะสืบหาข้อเท็จจริง และจะรายงานกลับมาให้ทราบ เพราะเป็นห่วงแรงงานไทยเหมือนกัน
...
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า โดยสรุปการพูดคุยกันมี 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก ค่าจ้างที่ยังไม่ยอมรับว่ามีการเพิ่มเงิน เพื่อจูงใจให้ทำงานต่อ ส่วนเรื่องการเลื่อนการจ่ายเงินเป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เอกอัครราชทูตอิสราเอล ก็กล่าวว่าไม่ทราบเรื่อง โดยตนเองยืนยันด้วยความหนักแน่นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
สำหรับความคืบหน้าการปล่อยตัวประกันของกลุ่มฮามาสจำนวน 50 คนนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่อง ต้องรอรายงานกลับมาก่อน.
(ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์)