“พล.อ.ประวิตร” เตรียมนำพรรคพลังประชารัฐสัมมนาภูเก็ต 20-21 ต.ค.นี้ พร้อมเผยไม่ได้เจอ “บิ๊กตู่” ด้าน “พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย” แจงยังทำหน้าที่โฆษกพรรคไม่ได้ เหตุเป็นราชองครักษ์พิเศษ ต้องรอพระราชวินิจฉัยก่อน เผยเข้าการเมืองเพราะช่วยประเทศได้
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานประชุม สส.พรรคพลังประชารัฐ ประจำสัปดาห์ โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการเปิดตัวทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ ว่า เลื่อนออกไปก่อน เพราะคนที่จะมารับตำแหน่งยังไม่ได้ลาออกจากราชการและตําแหน่งที่ดํารงก่อนหน้านี้
เมื่อถามว่า เป็นชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ยิ้มพร้อมพยักหน้ารับ ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ เดินทางเข้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ารับตำแหน่งโฆษกพรรค ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา เพราะต้องทำตามระเบียบก่อน ส่วนกับทีมโฆษกพรรคก็มีการพูดคุยอยู่ตลอด
ต่อมาเวลา 16.00 น. ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งเหรัญญิกพรรคคนใหม่แทน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ลาออก ว่า ยังไม่ต้องเลือกใหม่ โดยให้ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค ปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ส่วนการสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 20-21 ตุลาคม 2566 ที่ จ.ภูเก็ต จะไปร่วมด้วย แต่คงไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ เพราะ สส. เราก็รู้จักกันทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า การทำงานของพรรคพลังประชารัฐดูเงียบไป จะมีการปรับกลยุทธ์อะไรใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามอีกว่า ได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า “ไม่ได้เจอ” ส่วนคำถามว่า มีแผนที่จะเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ยัง เพราะตอนนี้พรรคยังไม่เรียบร้อย”
...
ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า พล.อ.ประวิตร เชิญมาพูดคุยเรื่องขอบเขตงานที่มอบหมายให้ทำตำแหน่งโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมือง แต่ขณะนี้ตนดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์พิเศษ คงจะต้องดำเนินการทางธุรการและกราบบังคมทูลขอพระราชวินิจฉัย เพื่อขอมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมาดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคได้ก็ต่อเมื่อมีพระราชวินิจฉัยหรือทรงโปรดเกล้าฯ มาแล้ว
ส่วนเมื่อมาดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการแล้ว พล.ต.ท.ปิยะ ระบุว่า คงจะต้องดำเนินการในงานที่พรรคได้ดำเนินการมาแต่ยังค้างอยู่ ทั้งปัญหาโลกร้อน การแก้ไขหนี้สิน รวมถึงการสานต่อมรดกโลก ที่ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ได้ส่งต่อไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แล้ว อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร มีแนวคิดว่าจะเพิ่มมูลค่าให้กับมรดกโลกเหล่านี้ให้เป็นสมบัติของประเทศ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สร้างมูลค่าให้กับชุมชน ซึ่งมรดกโลกหลายแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวัฒนธรรม
ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัดสินใจอย่างไรในการเข้าสู่วงการการเมือง พล.ต.ท.ปิยะ ให้คำตอบว่า เป็นตำแหน่งที่สามารถช่วยเหลือประเทศชาติได้ และพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง ที่สำคัญ อยู่เคียงข้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน.