“ศรีสุวรรณ” ร้องปลัดยุติธรรม ตั้งกรรมการสอบมีกระบวนการช่วย “ทักษิณ” ให้อยู่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ซ้ำภาพที่ถูกเผยแพร่ไม่มีการตัดผมตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
วันที่ 17 ตุลาคม 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางมายื่นคำร้องต่อปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาสอบสวนกรณีมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่า มีการสมรู้ร่วมคิดกันในการสร้างสถานการณ์ให้นักโทษชายเด็ดขาดได้รักษาตัวต่อในโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงหรือไม่
นายศรีสุวรรณ ระบุตอไปว่า สืบเนื่องจากที่โซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนเผยแพร่หรือแชร์ภาพกันอย่างกว้างขวาง เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา จำนวน 1 ภาพ ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพของการเคลื่อนย้ายนักโทษเด็ดขาดชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ป่วยจากชั้น 14 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ ลงมาชั้นล่างผ่านทางเดินเท้าเพื่อไปทำซีทีสแกน และเอ็มอาร์ไอ ที่ตึก ภปร.โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่มีการปิดกั้นมิให้ผู้ใดล่วงรู้หรือถ่ายภาพได้ แต่กลับมีภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกมาสู่โซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนเพียงภาพเดียวเท่านั้น ชี้ให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะสร้างละครปล่อยภาพให้เป็นข่าว จึงไม่มีการปิดบังใบหน้าผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้าย
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวเป็นการเล่นละครจัดฉากกันเพื่อหวังการตบตาสังคมหรือเพื่อเอื้อประโยชน์กันในการชงเรื่องมายังปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจต่อไป โดยไม่ต้องกลับเข้าคุกอีกหรือไม่ และชายผู้ที่นอนป่วยดังกล่าวมิได้มีการตัดผมเกรียน ไม่เป็นไประเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตัดผมผู้ต้องขัง 2565 ที่กำหนดไว้ชัดเจนในข้อ 9 ว่า “นักโทษเด็ดขาดชายให้ไว้ผมสั้น ด้านหน้าและด้านกลางศีรษะยาวไม่เกิน 5 เซนติเมตร ชายผมรอบศีรษะเกรียนชิดผิวหนัง” ซึ่งผู้ต้องขังหรือนักโทษทางการเมืองต่างๆ ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปทุกรายก็ถูกตัดผมสั้นกันทั้งสิ้น แต่กรณีนักโทษชายรายดังกล่าวเหตุใดจึงเลือกปฏิบัติ หรือให้อภิสิทธิ์ชนจนดูน่าเกลียดเกินไปหรือไม่
...
ที่สำคัญ การที่กรมราชทัณฑ์จะอนุญาตให้ผู้ต้องขังออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำได้นั้น ต้องเป็นไปตาม มาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 คือต้องเป็นผู้ต้องขังซึ่งป่วย มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต หรือเป็นโรคติดต่อเท่านั้น ส่วนนักโทษชายรายนี้ ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และผู้บริหารเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แถลงเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ว่ามีประวัติการป่วยเพียง 4 โรคสำคัญเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับสุขภาพจิต หรือเป็นโรคติดต่อแต่อย่างใด
ดังนั้น การที่กรมราชทัณฑ์ให้ความเห็นชอบให้นักโทษเด็ดขาดชายรายนี้ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ หรือโรงพยาบาลตำรวจนั้น เป็นการใช้อำนาจเกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และหรือจึงเป็นการใช้ดุลยพินิจมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร กรณีเยี่ยงนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ควรทำหน้าที่เพียงแค่ตรายางหรือรับรายงานจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาเพื่อทราบแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรต้องใช้อำนาจตามกฎหมายในการทำความจริงให้ปรากฏได้ ด้วยการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อนำความจริงมาเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ หากพบใครผิดก็ลงโทษเสียจึงจะชอบ.